สีหน้าของโอนิมากิมืดครึ้มอย่างยิ่ง สาเหตุที่เขาไม่เข้าไปในเมืองก็เพราะกลัวว่าอัตสึมิ ซาวะจะลงมือฆ่าคนจนเรื่องบานปลาย ดึงดูดความสนใจของผู้อื่นให้หันมาจับตาพวกเขา
โอนิมากิยอมรับว่าตนคิดเรื่องนี้ง่ายเกินไป
เมื่อปราศจากความช่วยเหลือจากฮ่องเต้ต้าเจิ้ง จ้าวเจิง พวกเขามายังสถานที่แปลกหน้าเพียงลำพัง ย่อมยากจะลงมือทำการใด
โดยเฉพาะเจ้าสามคนตรงหน้านี้ ไม่ฟังคำเขาเลย ทำตามอำเภอใจ ยึดตนเองเป็นใหญ่
ทั้งสี่อาศัยฝีมือสูงส่งจึงไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา เดินทางมาถึงที่นี่ หากมุ่งหน้าต่อไปอีก เกรงว่าจะไปยั่วยุยอดฝีมือที่ร้ายกาจกว่า ต่อให้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสังหารหลินเฟิง แค่จะมีชีวิตกลับไปได้หรือไม่ก็ยังยากจะกล่าว
โอนิมากิตระหนักอย่างลึกซึ้งแล้วว่า ในเขตแดนต้าจงมีผู้เชี่ยวชาญมากมาย มิใช่สถานที่ที่พวกเขาจะวางอำนาจได้ตามใจอย่างที่เคยคิด
เมื่อเห็นเงาของอัตสึมิ ซาวะหายลับไปใต้ซุ้มประตูเมือง โอนิมากิก็ได้แต่โบกมือเป็นสัญญาณให้เกาถงนำขบวนรถม้าเข้าเมือง
รถม้าหลายสิบคันเริ่มเคลื่อนเข้าสู่เมือง เสียงล้อบดถนนดังกึกก้องจนผู้คนในเมืองต่างหันมามอง
สองฟากถนนมีทั้งแผงลอย คนสัญจร และร้านค้า แต่ละคนต่างง่วนอยู่กับงานในมือ
โอนิมากิเห็นว่าทุกอย่างยังเป็นปกติ จึงเดินทางไปถึงร้านรถม้าตามที่เกาถงบอก มีบ่าวคนหนึ่งออกมาต้อนรับอยู่หน้าประตู คอยตะโกนสั่งคนขับรถม้าให้นำรถเข้าไปในลาน
มิซุกาวะนั่งอยู่บนรถม้าที่บรรทุกสินค้า แม้หลับตาอยู่ แต่กลับสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังจับจ้องตน
