พวกเขาเคยได้ยินเสียงเช่นนี้มาหลายครั้ง จึงรู้ว่าเป็นเสียงปืนใหญ่ของกองทัพเจิ้นซี แม้ในใจจะหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่ความหิวโหยก็เอาชนะความกลัวได้ในทันที พวกเขายังคงเสาะหาอาหารที่พอกินได้อย่างไม่คิดชีวิต
ใครจะรู้ว่าเพียงชั่วพริบตา เมืองอำเภอเล็ก ๆ ก็มีเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นทั่วทุกแห่ง แรงระเบิดมหาศาลซัดโจรสลัดที่อยู่ใกล้เคียงกระเด็นไป
พวกเขาไม่รู้ว่าควรหลบไปทางใด การโจมตีเช่นนี้ไม่เลือกเป้าหมาย ไม่อาจคาดเดาจุดตกของกระสุนปืนใหญ่ได้ ทำได้เพียงวิ่งหาสิ่งปลูกสร้างที่พอแข็งแรงมาหลบซ่อนอย่างสะเปะสะปะ
โจรสลัดที่อยู่ใกล้ประตูเมืองจำต้องเลิกหาอาหาร แล้วหันหลังหนีออกนอกเมือง
ผู้นำทหารหนึ่งหมื่นห้าพันนายเห็นท่าไม่ดี จึงออกคำสั่งให้กองกำลังทั้งหมดถอนตัวออกจากเมืองทันที
ทว่าคำสั่งในยามนี้ไม่อาจส่งไปถึงทหารทุกนายได้ เขาจึงทำได้เพียงพาองครักษ์ที่อยู่ข้างกายมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองที่ใกล้ที่สุด
การระดมยิงยังคงดำเนินต่อไป ทหารโจรสลัดหนีกระเจิง เงาคนนับไม่ถ้วนทะลักออกจากประตูเมืองทั้งสี่ด้าน
โจรสลัดที่เพิ่งหนีออกจากเมืองยังขวัญผวาไม่หาย พวกเขาหันกลับไปมองเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ในเมือง ฟังเสียงระเบิดกึกก้องจนแทบแก้วหูแตก แล้วลอบยินดีที่ตนหนีออกมาได้ทัน
ความรู้สึกหวาดหวั่นเพิ่งสงบลงได้เล็กน้อย พวกเขาก็ต้องตื่นตระหนกเมื่อเห็นควันฝุ่นตลบฟุ้งขึ้นทั่วท้องทุ่งกว้างเบื้องหน้า
ทหารนายหนึ่งตะโกนลั่นว่า “มีทหารม้าศึกของศัตรู! ทหารม้าศึกกำลังบุกมา...”
หัวหน้าทหารในหมู่กองกำลังรีบตะโกนเรียกลูกน้องให้ตั้งขบวนรับศึก
เมื่อเป็นทหารม้า การหนีถือเป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด พวกเขาทำได้เพียงตั้งขบวนร่วมมือกันป้องกันการบุกทะลวงของทหารม้าศึก
