จี๋เสวียเลี่ยงเช็ดเหงื่อ หันมองรอบด้าน
“ไม่มีทางแล้ว คิดหนีก็ไม่มีที่ให้หนี”
เดิมทีเยี่ยนเสี่ยวปิ่งยังนอนอยู่บนพื้น ร่างกายผ่อนคลาย ครั้นได้ยินเช่นนี้ก็เด้งตัวลุกขึ้นทันที
“อะไรนะ? ไม่มีทางแล้วหรือ?”
จี๋เสวียเลี่ยงพยักหน้าอย่างจนปัญญา
“ใครจะไปรู้ว่าโจรสลัดจะวิ่งอึดถึงเพียงนี้ นี่ใกล้จะถึงครึ่งเขาแล้ว ยังตามมาทันอีก”
เยี่ยนเสี่ยวติงกอดลำต้นไม้ พยายามสงบลมหายใจ
“อย่าพูดไร้สาระ จะหนีอย่างไร?”
จี๋เสวียเลี่ยงกวาดตามองรอบด้าน
“ไม่เช่นนั้น พวกเราหาที่ซ่อนกันเถิด สามด้านเป็นหน้าผา มีเพียงทางที่ย้อนกลับไปได้”
หลินเฟิงส่ายหน้า “ป่าบนเขารกทึบถึงเพียงนี้ โจรสลัดยังตามรอยมาได้ ซ่อนก็ซ่อนไม่พ้นหรอก”
เสียงฝีเท้าที่ดังเข้าหูเขาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ตอนนี้ห่างออกไปราวสามสิบก้าว เกรงว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็จะมาถึงที่นี่
เยี่ยนเสี่ยวปิ่งหน้าซีด มือกำด้ามดาบไว้แน่น
“ไม่มีทางอื่นแล้ว ในเมื่อซ่อนตัวไม่พ้น ก็มีแต่ต้องสู้ตาย ทุกท่าน ดูแลตัวเองให้ดี”
ใบหน้าขาวราวหยกของเยี่ยนเสี่ยวติงไร้สีเลือดแม้แต่น้อย ลมหายใจที่เพิ่งสงบลงกลับเริ่มกระเพื่อมไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง
นางคว้าตัวหลินเฟิง ดึงเข้ามาใกล้
“มีดสั้นของเจ้าอยู่ที่ใด?”
หลินเฟิงยื่นมือแตะมีดสั้นที่เสียบอยู่ตรงเอว ก่อนหันมองเยี่ยนเสี่ยวติง
“อยู่นี่ เจ้าอยากใช้หรือ?”
เยี่ยนเสี่ยวติงกวักมือเรียกให้หลินเฟิงโน้มใบหูเข้ามา
“จำไว้ ข้าจะช่วยขวางโจรสลัดไว้ให้เจ้า เจ้าจงซ่อนอยู่หลังข้า”
หลินเฟิงส่ายหน้า “ทำเช่นนั้นได้อย่างไร ให้บุรุษอกสามศอกอย่างข้าซ่อนอยู่หลังเจ้า ไม่สู้เจ้าไปหลบหลังข้าดีกว่า”
