“ฝ่าบาท ทหารองครักษ์หลวงต้าจงใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ของหลินเฟิงแล้ว ไม่เพียงดาบเหล็กกล้าจะคมกว่าและเหนียวทนกว่าของเรา เกราะก็แข็งแกร่ง ลูกธนูเจาะเกราะได้ดีกว่าของเรามาก ยามนี้การใช้ดินปืนก็ก้าวหน้ากว่าเรายิ่งนัก ศึกนี้ยากจะสู้ได้แล้ว”
“ราชครู พวกเราจะหาทางไล่ตามพวกเขาให้ทันได้หรือไม่?”
หลานอวี่ฝืนยิ้ม “ยากพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท เรื่องนี้ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล มิใช่เพียงเงินทอง ยังต้องมีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนง มิใช่สิ่งที่พวกเราจะไล่ตามทันได้ในชั่วข้ามคืน”
“เจ้ารับผิดชอบเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างเต็มกำลังเถิด เราจะสนับสนุนเจ้าอย่างเพียงพอ”
หลานอวี่ขมวดคิ้ว “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงไว้วางพระทัย เพียงแต่ไม่ทราบว่าหลินเฟิงจะให้เวลาพวกเราเพียงพอหรือไม่”
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล เราวางแผนไว้แล้ว เจ้าจงไปจัดการให้ดี เราจะรอผลลัพธ์ของเจ้า”
หลานอวี่ประสานมือคำนับ “ฝ่าบาททรงพระปรีชา เรื่องนี้ไม่อาจปล่อยให้ล่าช้าอีกแล้ว กระหม่อมจะไปจัดคน เตรียมเริ่มค้นคว้าให้เร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวเจิงโบกมือ ส่งสัญญาณให้เขาไปทำงานโดยเร็ว
จักรพรรดิทั้งสองต่างกังวลถึงบัลลังก์และแผ่นดินของตน
ส่วนหลินเฟิงกำลังยุ่งอยู่กับการปราบคหบดีแบ่งที่นา ที่ดินโดยรอบเมืองหลินตูเดิมทีล้วนมีเจ้าของ บัดนี้ได้ขึ้นทะเบียนใหม่แล้ว และเริ่มแจกจ่ายตามลำดับก่อนหลัง
เมืองหลินตูเป็นเมืองใหญ่ ภายในมีเรือนและสิ่งปลูกสร้างมากมาย เนื่องจากสงครามเกิดขึ้นไม่ขาดสาย ชาวเมืองแทบทั้งหมดต่างหนีออกจากเมือง แม้จะมิถึงขั้นสิบห้องว่างเก้าห้อง แต่ก็หนีไปกว่าครึ่ง
ตามนโยบายปฏิรูปของหลินเฟิง เรือนและสิ่งปลูกสร้างทุกแห่งจะถูกขึ้นทะเบียน แล้วจัดสรรใหม่
