โอตานิ โยชิหรี่ตา กวาดมองถนนภายในเมืองและผู้คนที่สัญจรไปมา
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกาย ก่อนจะหันกลับไปมองอาโซ อาซากาวะ
“ดี แม่ทัพอาซากาวะกล่าวได้ถูกต้อง ไปเถิด กลับไปศึกษาขั้นตอนปฏิบัติการให้ละเอียดอีกครั้ง”
โอตานิ โยชิพลันตื่นเต้นขึ้นมา พาผู้คนลงจากกำแพงเมือง กลับไปยังกองบัญชาการ
กองทัพเจิ้นซีสามกองที่ตั้งอยู่นอกเมืองฉางจื้อโจว กองทัพทางเหนือมีทหารหนึ่งหมื่นห้าพันนาย อยู่ใต้บัญชาการของเวินเจี้ยน ส่วนกองทัพทางตะวันตกซึ่งเป็นกองกลาง อยู่ใต้บังคับบัญชาของเส้าอี๋หานที่เพิ่งได้รับการโยกย้าย ส่วนกองทัพทางใต้ก็มีเถียนตงหย่งซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเป็นถ่งหลิ่ง
เส้าอี๋หานกับเถียนตงหย่งติดตามหลินเฟิงมาตั้งแต่กองทัพเจิ้นซีเริ่มผงาดขึ้น ทั้งสองกับกงซานเผ่า ล้วนเป็นแม่ทัพห้าวหาญและเคยเป็นรองแม่ทัพของฉู่เจียว
บัดนี้พวกเขาเติบโตจนกลายเป็นแม่ทัพระดับสูงที่บัญชาการกองทัพได้ด้วยตนเองแล้ว
ทั้งสามรับคำสั่งจากหลินเฟิงให้นำกองทัพเข้าร่วมภารกิจปิดล้อมและปราบปรามเมืองฉางจื้อโจว
กำลังพลทั้งสามฝ่ายมีจำนวนเกือบสองหมื่นนาย ต่างโอบล้อมเมืองฉางจื้อโจวไว้ทุกทิศทาง ทว่ากลับมิได้เร่งบุกตีเมือง เพียงตั้งค่ายใหญ่ รอคอยปฏิกิริยาของโจรสลัดภายในเมือง
ก่อนหลินเฟิงจากไป เขาได้หารือแผนการรบครั้งนี้กับพวกเขาอย่างละเอียด ทั้งสามจึงมีแผนอยู่ในใจแล้ว
เดิมทีการรบครั้งนี้ควรเริ่มขึ้นตั้งแต่สองวันก่อน แต่ผู้ใดจะรู้ว่าการรบกลางทะเลของเรือรบลั่วเฉิงไม่ราบรื่น เฉาฉู่หางไม่กล้าอยู่ต่อที่นอกฉางจื้อโจว จึงเดินเรือกลับไปยังท่าเรือฝูฉางโจวเพื่อซ่อมแซมเรือรบลั่วเฉิง
ด้วยเหตุนี้ กองทัพเจิ้นซีทั้งสามฝ่ายที่อยู่นอกเมืองจึงได้แต่เฝ้ารอต่อไป
