หลินเฟิงกล่าวจบก็หลุบตาลงอ่านเอกสารในมืออีกครั้ง
ฉุยอิ๋งยืนอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ จ้องหลินเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้ ข้าจะทยอยพาพวกเขามา ให้ท่านได้เห็นฝีมือ”
เห็นหลินเฟิงไม่เอ่ยอะไรต่อ ฉุยอิ๋งจึงหมุนกายจากไป
เผยชีอินจึงยกน้ำชาจากมุมห้องเข้ามา
“ท่านอ๋อง ท่านก็ช่าง...ให้สตรีงดงามเพียงนี้อยู่กลางสนามรบ ต้องเผชิญลมตากแดดทุกวัน อาวุธไม่รู้จักปรานี หากเกิด...”
“พอเถิด ข้อแรก เจ้าก็เห็นแล้วว่านิสัยของนางมิใช่จะเกลี้ยกล่อมได้ด้วยคำพูดเพียงสองสามคำ ข้อสอง ข้ารู้ความคิดของนาง...”
หลินเฟิงพูดต่อไม่จบ เพียงส่ายหน้าแล้วรับถ้วยชามาจิบเบา ๆ
เผยชีอินยิ้มกล่าวว่า “ข้าว่า ควรหาครอบครัวให้กับนางได้แล้ว”
“เฮ้อ ด้วยชาติกำเนิดของนาง ทั้งความทะนงตนและรูปโฉมเช่นนั้น...ยากนัก”
“อืม ท่านอ๋องกล่าวถูกต้อง ข้าว่าบนโลกนี้ ผู้ที่คู่ควรกับนางคงมีเพียง...”
“ชานี้ไม่ร้อน ไปเปลี่ยนมา”
หลินเฟิงไม่ปล่อยให้นางพูดต่อ
เผยชีอินเบ้ปาก ยกถาดชาแล้วหมุนกายจากไป
หลินเฟิงชอบว่ายน้ำในทะเลสาบหลังคฤหาสน์ที่สุดหลังรับประทานอาหารเย็น
น้ำที่นี่สะอาด อากาศก็พอเหมาะ ทะเลสาบลึกเพียงพอ ทั้งยังเงียบสงบยิ่ง
ส่วนเผยชีอินอยู่ริมทะเลสาบ คอยดูแลเสื้อผ้าให้เขา
มองจากไกล ๆ ร่างของหลินเฟิงคล้ายปลาสีขาวตัวใหญ่ พลิกตัวขึ้นลง ว่ายฉวัดเฉวียนไปมาอย่างคล่องแคล่วในน้ำใส
สายน้ำเย็นฉ่ำโอบล้อมร่างหลินเฟิง ทำให้สมองปลอดโปร่งเป็นพิเศษ
ในหัวของหลินเฟิง ส่วนใหญ่คิดถึงปัญหาเฉพาะหน้าและการพัฒนาในภายหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทหาร การเมือง สังคม เศรษฐกิจ และเรื่องวุ่นวายอื่น ๆ
