หลินเฟิงโบกมือ “ให้กองทัพขึ้นไปบนกำแพงเมือง แสดงขบวนป้องกันอันแข็งแกร่งให้พวกมันเห็น ทำลายความเชื่อมั่นของพวกมันให้สิ้นซาก”
เผยชีอินยิ้มกล่าว “ท่านอ๋องช่างเป็นยอดฝีมือด้านศึกจิตใจ หากขวัญกำลังใจพังทลายลง แล้วจะเหลือเรี่ยวแรงที่ไหนมาบุกเมืองอีกเล่า?”
เย่เหลียงไฉเอ่ยชมตาม “พี่ใหญ่กำลังจะสร้างความรุ่งโรจน์อีกครั้งแล้ว ศึกครานี้หากแพร่ออกไป ภายหน้าผู้คนคงเล่ากันว่าโจรสลัดกว่าหมื่นคนถูกพวกเราขู่จนตาย”
“มิใช่ถูกขู่จนตาย แต่หิวตายต่างหาก”
“โธ่ ทั้งถูกขู่ทั้งหิวจนตายนั่นแหละ”
พวกเขาพูดหยอกล้อกัน บรรยากาศจึงผ่อนคลายยิ่งนัก
ทหารคนหนึ่งลงจากกำแพงเมืองไปถ่ายทอดคำสั่งแล้ว ทหารจากกองทัพเจิ้นซี 2,000 นาย กับทหารจากกองช่างทหารอีก 1,000 นาย ต่างมุ่งหน้าขึ้นไปประจำบนกำแพงเมืองพร้อมกัน
ความประสงค์ของหลินเฟิงคือให้ทหารยืนเรียงรายเต็มกำแพงเมือง เพื่อให้โจรสลัดเบื้องล่างได้เห็นกองทัพอันเกรียงไกร แล้วขวัญกำลังใจของพวกมันจะพังทลายลงเสียก่อน
ท่ามกลางเสียงฝีเท้าอื้ออึง ทหารหลายพันนายทยอยเรียงแถวบนกำแพงเมือง แสงอาทิตย์ยามอัสดงสะท้อนคมดาบและทวนในมือจนวาววับ
พลธนูถือคันธนูที่น้าวไว้ในมือ พาดลูกธนูขนปีกบนสายธนู แล้วจับจ้องกองโจรสลัดเบื้องล่างอย่างเย็นชา รอคอยคำสั่งยิงอย่างสงบนิ่ง
โทกุงาวะ อิเอโมจิ ควบม้าไปข้างหน้า พร้อมผู้ติดตามกว่าสิบคน เขาตะโกนปลุกขวัญกำลังใจทหาร
“ทุกคนเงยหน้ามองดู กำแพงเมืองสูงใหญ่แห่งนี้มีเสบียงกองพะเนินอยู่ข้างใน ในเมืองแทบไม่มีทหารคุ้มกันแล้ว ขอเพียงพวกเราบุกเข้าไปให้สุดกำลัง ก็จะ...”
ถ้อยคำล่อลวงของเขาขาดห้วงลง เมื่อยกมือชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง สายตาที่มองจากกองทหารเบื้องหน้ามุ่งไปยังแนวกำแพงเมืองสูงใหญ่
