ด้วยเหตุนี้ ซ่งอี้จึงเดินทางอ้อมจากเจิ้นซีลงใต้ ระหว่างทางสอบถามข่าวคราวของหลินเฟิงไปด้วย พลางล่องไปตามแม่น้ำจิ้นสู่ปลายน้ำ หาเลี้ยงชีพอยู่บนเรือประมงมาตลอด
ฟ้าดินไม่ทอดทิ้งผู้เพียรพยายาม ในที่สุดเขาก็ได้พบหลินเฟิงบนเรือประมง
ซ่งอี้มิได้ลงมือผลีผลาม หากเลือกเฝ้ารอโอกาสและอยู่เคียงข้างหลินเฟิง
เขาต้องการทำความเข้าใจหลินเฟิง อยากรู้ว่าหลินเฟิงใส่ใจสิ่งใดที่สุด แล้วจึงลงมือแก้แค้น เขาจะทำให้หลินเฟิงมีชีวิตทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตน
ทว่าเมื่อได้รู้จักหลินเฟิงอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขาก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าตนกับหลินเฟิงห่างชั้นกันเพียงใด
ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าลงมือโดยง่าย ต้องมั่นใจว่าสามารถสังหารได้ในคราเดียวเสียก่อน
ส่วนเหตุที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยหลินเฟิง ก็เพราะซ่งอี้ไม่ต้องการให้หลินเฟิงตายด้วยน้ำมือผู้อื่น
โฉมหน้าของเขาถูกทำลาย จิตใจก็เริ่มบิดเบี้ยว
เขาปักใจอยู่กับความคิดหนึ่ง ชีวิตของหลินเฟิงเป็นของเขา ต้องลงมือเอาไปด้วยตนเอง
ตลอดค่ำคืนอันนับไม่ถ้วน เขาวาดฝันถึงวิธีทำให้หลินเฟิงสำนึกบาปของตนก่อนตาย จากนั้นจึงทรมานจนตายอย่างเจ็บปวดด้วยน้ำมือเขา
เขาติดตามอยู่ข้างกายหลินเฟิงอย่างเงียบงัน คอยจับตาทุกความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
เพราะได้เห็นหลินเฟิงเติบโตขึ้นมากับตา เขาจึงสิ้นหวังอยู่ในใจ
หลินเฟิงแข็งแกร่งเกินไป
คนผู้นี้มิอาจใช่เพียงคำว่ามีวรยุทธ์สูงส่งมาอธิบายได้ หากกำลังก้าวเดินบนเส้นทางอันไม่รู้จัก ลึกลับ และสามัญชนยากจะเข้าใจ
ซ่งอี้ได้เห็นเหตุการณ์เหลือเชื่อด้วยตาตนเองมามากมาย
หลินเฟิงผู้นี้ไม่อาจนับเป็นมนุษย์ปกติได้ ผู้บำเพ็ญตน ยอดฝีมือ และกองทัพที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ยังเอาชีวิตเขาไม่ลง กลับยิ่งทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
