ซ่งเฉินกัดฟัน ถอดดาบม้าจากศพร่างหนึ่ง ก่อนเริ่มขุดหลุมลงบนพื้นดิน
สวี่ชีลุกขึ้นเงียบ ๆ แล้วหาดาบม้ามาเล่มหนึ่ง จากนั้นก็ออกแรงขุดดิน
“พี่ใหญ่ ต่อจากนี้พวกเราจะทำเช่นไร”
“กลับลั่วซี สืบให้รู้ว่าใครเป็นคนร้าย แล้วหาโอกาสล้างแค้นให้พี่น้อง”
ซ่งเฉินมีสีหน้าเด็ดเดี่ยว
ทว่าสวี่ชีไม่คาดหวังกับการแก้แค้นนัก
“ดูจากสถานการณ์แล้ว พวกเราคงฆ่าคนร้ายไม่ได้กระมัง”
“สู้จนตัวตายเถิด บางทีอาจได้ตามพี่น้องไปอยู่ด้วยกัน”
สิ้นคำ ทั้งสองก็เงียบงันลง ต่างเพียงขุดดินอย่างสุดกำลัง ความเศร้าโศกและโกรธแค้นในใจนั้นยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด
หลินเฟิงกับเจ้าหน้าตายอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ยืนอยู่ในห้องทำงานของต้วนจิ่งชิว คนหนึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะหนังสือ ส่วนอีกคนยืนนิ่งหน้าตายอยู่เบื้องหลังหลินเฟิง
ต้วนจิ่งชิวพยายามสะกดความยินดีในใจ ดวงตาคู่งามแทบกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่
“ท่านหมอมู่ชวน ท่านผู้นี้คือ...”
“สหายคนหนึ่งของข้า ไม่ชอบพูด และยิ่งไม่ชอบให้ผู้อื่นพูดด้วย”
ต้วนจิ่งชิวเหลือบมองเจ้าหน้าตาย แววตาฉายความฉงน คนประหลาดเช่นนี้ยังมีอยู่อีกหรือ
แต่ไม่นานนางก็โยนเรื่องนี้ทิ้งไว้เบื้องหลัง ยามนี้นางมั่นใจเต็มสิบส่วนแล้วว่ามู่ชวนผู้อยู่ตรงหน้าไม่ธรรมดาจริง ๆ ทั้งยังเก่งกาจยิ่ง
สายตาอันเฉียบแหลมของนางในฐานะอัจฉริยะด้านการค้า พานางวางเดิมพันถูกอีกครั้ง
ความยินดีที่ยากจะปกปิดทำให้นางยิ่งงามผุดผ่อง ราวบุปผาที่ผลิบาน ส่องสว่างไปทั่วทั้งห้อง
“ดี ข้าจะไม่ให้ผู้ใดไปรบกวนเขา แล้วขั้นต่อไปพวกเราควรทำเช่นไร”
หลินเฟิงเหลือบมองริมฝีปากแดงอันเจิดจ้าของต้วนจิ่งชิว ภาพที่เขาผายปอดช่วยนางในครั้งนั้นพลันผุดขึ้นในหัว เขาเผลอเม้มปากสองสามครั้ง ก่อนข่มความคิดฟุ้งซ่านในใจ
