หลีซูหมิ่นพารองแม่ทัพคนหนึ่งกับองครักษ์อีกสี่นาย ควบม้ามุ่งหน้าไปยังกองบัญชาการลั่วเฉิง
เขาถือพระบัญชาขององค์รัชทายาทมาด้วย จำเป็นต้องให้แม่ทัพใหญ่ลั่วอวิ๋นเฟยลงนาม จากนั้นยังต้องยืนยันจำนวนเสบียงในใบส่งมอบ จึงจะพาคนกับรถม้ากลับนครหลวงไปเข้าเฝ้ารายงานได้
หลีซูหมิ่นคิดคำนวณในใจ ต่อให้แม่ทัพใหญ่ลั่วล้มป่วย ให้แม่ทัพใหญ่เจี่ยเจียงจั่วลงนามแทนก็ย่อมได้
ใครจะคิดว่าเมื่อทั้งหกคนมาถึงหน้ากองบัญชาการลั่วเฉิง กลับพบว่าทหารที่ยืนเฝ้าด้านนอกล้วนเป็นคนของกองทัพเจิ้นซี
ครานี้ไม่เพียงหลีซูหมิ่นเท่านั้น คนอื่น ๆ ก็ล้วนสังเกตเห็นความผิดปกติ
ดูจากสถานการณ์ตรงหน้า ลั่วเฉิงคงถูกกองทัพเจิ้นซีผนวกเข้าไปแล้วกระมัง?
ทุกคนต่างคิดเช่นเดียวกัน ทว่าไม่กล้าเอ่ยออกมา ได้แต่ลงจากม้าอย่างกระวนกระวายแล้วเดินขึ้นบันไดหน้าประตู
“ขอถามหน่อย แม่ทัพใหญ่ลั่วอยู่หรือไม่?”
ทหารทั้งสี่นายที่ยืนอยู่หน้ากองบัญชาการเป็นหน่วยองครักษ์ของหลินเฟิง พวกเขาเพียงกวาดตามองหลีซูหมิ่นกับคนอื่น ๆ ก่อนยกมือส่งสัญญาณให้เข้าไป
หลีซูหมิ่นจำต้องฝืนใจพาคนเข้าไปในประตูเรือน ครั้นจะเข้าไปยังหน้าประตูโถงใหญ่ องครักษ์ทั้งสี่ที่ตามหลังมากลับถูกขวางไว้ เหลือเพียงรองแม่ทัพของเขาที่ติดตามเข้าไป
ในเมื่อเข้ามาแล้ว ก็ไม่คิดมากอีก
หลีซูหมิ่นก้าวยาว ๆ ผ่านประตูโถงใหญ่
ภายในมืดสลัว เขามองไม่ชัดว่าผู้ใดนั่งอยู่ในโถง จึงรีบก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วค้อมกายคำนับ
“หลีซูหมิ่น ตำแหน่งตูเว่ยแห่งปิงปู้ต้าเจิ้ง รับพระบัญชาจากองค์รัชทายาทให้นำส่งเสบียง ขอท่านแม่ทัพตรวจสอบและลงนามในใบส่งมอบด้วย”
เขาก้มตัวรอคำตอบจากอีกฝ่าย
