การฝึกช่วงต่อมา สวีหลิงฉวีคุมตำแหน่งกลางของแถวไว้ได้อย่างมั่นคง ทุกคนต่างพากันพูดถึงว่าเหตุใดสวีหลิงฉวีถึงเปลี่ยนแปลงไปเร็วและฉับพลันขนาดนี้
สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า เปลี่ยนแปลงเร็วก็จริง แต่ก็ไม่ได้ฉับพลันอะไรนัก ที่จริงตั้งแต่ไม่กี่วันก่อนหน้าใครๆ ก็เริ่มสังเกตเห็นได้ว่าเธอค่อยๆ ตามทันการฝึกพื้นฐานทางร่างกายแล้ว เพียงแต่ยังเป็นท้ายแถวอยู่เท่านั้น เลยไม่มีใครสนใจ
ไม่กี่วัน เธอก็เปลี่ยนจากคนที่ไม่เป็นที่สังเกต กลายเป็นห้าเหลี่ยมนักรบที่มีเพียงพลังจิตที่เป็นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียว
หลินเสี่ยวดีใจมากกับการเปลี่ยนแปลงของเพื่อนร่วมห้อง แม้จะไม่ได้สนิทสนมกันนัก แต่ความรู้สึกนี้เหมือนกับตอนที่ตัวเองทายถูกในเน็ตสวรรค์ว่าใครจะเข้าสู่แปดคนสุดท้ายในการแข่งขันหุ่นยนต์รบ คิดว่าซื้อหุ้นถูกตัว พิสูจน์ว่าสายตาตัวเองไม่ได้แย่ และยิ่งการฝึกต่อสู้ กลุ่มของพวกเธอได้อานิสงส์จากเธอจริงๆ ด้วย
น่าเสียดายที่สัญญาณในฐานฝึกถูกบล็อก ไม่เช่นนั้นเธอต้องคุยอวดเพื่อนทุกวันว่าได้อยู่ห้องเดียวกับ “ดาวจรัสแสง” แห่งโรงเรียนนายร้อยมั่วเยีย
เสียงยืนยันลายนิ้วมือดังขึ้น ดาวจรัสแสงตัวจริงอย่างสวีหลิงฉวีเพิ่งกลับมาจากห้องพยาบาล
ช่วงแรกสภาพร่างกายแย่น่ากลัว เพราะฉะนั้นหลังผ่านการฝึกฝน ช่วงที่เพิ่มขึ้นก็เยอะและค่อนข้างง่าย เหมือนดึงจาก 0 คะแนนหรือติดลบขึ้นมาให้ถึงเกณฑ์ผ่าน 60 แต่จะให้เพิ่มขึ้นไปอีกก็ค่อนข้างยาก
คุณหมอหลี่เพิ่งคุยกับเธอถึงข้อเสียของร่างกายแบบนี้ ไม่สามารถกดดันตัวเองให้ถึงขีดจำกัดของร่างกายทุกครั้งได้ ถ้าทำแบบนั้นการพัฒนาจะช้าอย่างมาก
