“ฟันเรียงสวย กีบม้าไม่มีรอยแตก ไม่ผุพัง แต่เกือกม้าสึกมาก”
“ตัวนี้ไม่ค่อยไหว ดูท่าเจ้าของเดิมจะไม่ค่อยใส่ใจดูแลม้าของตัวเอง”
“ไม่ใช่คาวบอยที่ได้เรื่องเลยจริง ๆ”
“อานม้าก็ใช้ได้ มีราคาอยู่บ้าง”
หลี่เหวยอันนั่งจิบกาแฟอยู่ข้าง ๆ พลางฟังคาวบอยตรวจม้าทีละข้อ
คาวบอยยังชวนหลี่เหวยอันคุยเป็นระยะ
หลี่เหวยอันเพียงพยักหน้าเบา ๆ
เขาจะไปรู้อะไร ม้าพวกนี้เขาปล้นมา
ในที่สุดคาวบอยก็จูงม้าทั้งสี่ตัวเดินวนสองรอบ จึงตรวจเสร็จ
กระบวนการทั้งหมดกินเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง
ตอนนี้ฟ้ามืดสนิทแล้ว
โคมไฟถนนในเมืองเซนต์เดนนิสทยอยสว่างขึ้นทีละดวง
แสงไฟสีเหลืองนวลจากตะเกียงที่คนถือเดินผ่าน ค่อย ๆ ส่องสว่างไปทั่วถนน
แสงไฟเหล่านั้นยังช่วยเติมความสงบให้เมืองแห่งนี้ด้วย
เมื่อเห็นว่าฟ้ามืดสนิทแล้ว คาวบอยจึงเดินมาหาหลี่เหวยอัน
“คุณครับ ม้าสี่ตัวนี้ สามตัวผมให้คุณตัวละ 15 ดอลลาร์ ส่วนตัวนี้ให้ได้แค่ 10 ดอลลาร์”
“ส่วนอานม้าผลิตโดยบริษัทเครื่องม้าแคลิฟอร์เนีย ผมคิดให้คุณอันละ 20 ดอลลาร์”
“รวมเป็น 135 ดอลลาร์ คุณว่าอย่างไรครับ?”
หลี่เหวยอันมองผ่านประตูใหญ่ที่เปิดอยู่ เห็นผู้คนรีบกลับบ้าน แล้วหันไปมองเด็กหนุ่มที่เตรียมปิดประตูใหญ่
“กลางคืนในเมืองเซนต์เดนนิสไม่ปลอดภัยหรือ?”
สีหน้าของคาวบอยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“ตั้งแต่บาทหลวงของโบสถ์ในเมืองเซนต์เดนนิสตายกะทันหันเมื่อสองเดือนก่อน ในเมืองก็ไม่สงบอีกเลย”
“พอตะวันตกดิน ทุกคนก็ไม่อยากออกจากบ้านแล้ว”
