“เบลล์เป็นลูกแท้ ๆ ของคุณ” หลังการ์กอยล์ทะยานขึ้นฟ้าและเริ่มร่อนเป็นระยะทางไกล เสียงดังสนั่นค่อย ๆ จางหายไป มิลเลอร์จึงโบกกระดาษในมือ พร้อมส่งเสียงเฟืองหมุนอย่างตื่นเต้น
หลี่เหวยอันคว้ากระดาษจากมืออีกฝ่ายมา พลิกดูไปมาหลายรอบก็ยังอ่านไม่เข้าใจ สุดท้ายจึงขยำกระดาษทั้งสองมือ รายงานตรวจสายเลือดที่มิลเลอร์เป็นคนจัดทำพลันกลายเป็นเศษผง ปลิวละลายไปกับลมหนาวแห่งแดนตะวันตก
“ประหลาดใจ ดีใจ แล้วก็ไม่คาดคิดเลยใช่ไหม?” มิลเลอร์ถามอย่างสะใจอยู่บ้าง
หลี่เหวยอันเงียบงัน
“เรื่องนี้อย่าไปบอกใคร” หลี่เหวยอันกำชับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะไม่พูดอะไรอีก
ปฏิกิริยาของหลี่เหวยอันเรียบเฉยเกินไป มิลเลอร์จึงหมดแรงใจ “ก็ได้ ถ้ารู้ว่าคุณจะนิ่งขนาดนี้ ฉันคงไม่เหนื่อยทำให้หรอก”
“ใกล้ถึงคฤหาสน์โอ๊กแล้ว”
การ์กอยล์บินได้รวดเร็ว ปีกทั้งสองข้างถูกห่อหุ้มด้วยสารต้นกำเนิด นอกจากตอนทะยานขึ้นฟ้าจะเกิดเสียงดังอยู่บ้างแล้ว เวลาบินบนท้องฟ้ากลับไร้เสียงโดยสิ้นเชิง
“คนเยอะไม่เบาเลยนะ” จอมทัพการ์กอยล์พาหลี่เหวยอันหยุดอยู่เหนือคฤหาสน์โอ๊ก เนตรหยั่งรู้กวาดมองไป ก็ปรากฏข้อความแจ้งเตือนอัดแน่นเต็มสายตา
“ในคฤหาสน์ยังมีทาสด้วย ดูท่าสงครามกลางเมืองเหนือใต้จะไม่ได้ช่วยเจ้าพวกน่าสงสารนี้ให้เป็นอิสระอย่างแท้จริง” นอกจากผู้พิทักษ์ต้นโอ๊กกลายพันธุ์และผู้พิทักษ์ชั้นยอดกลายพันธุ์แล้ว หลี่เหวยอันยังเห็นคนธรรมดาอีกมากมาย
“มนุษย์นี่เป็นปีศาจจริง ๆ ดึกขนาดนี้แล้วยังทำงานกันอยู่” ลูกตาของมิลเลอร์กลอกไปมา ก่อนที่หน้าปัดจะปรากฏขึ้นในตาขวา เข็มนาฬิกาชี้ไปที่ห้านาทีหลังสี่ทุ่ม
หลี่เหวยอันก้มมองเหล่าทาสที่กำลังง่วนทำงานในคฤหาสน์ รวมถึงผู้คุมที่ถือตะเกียงน้ำมันก๊าดและโบกแส้ด้วยสีหน้าคุ้นชิน “นายยังเห็นโลกมาน้อยเกินไป”
