“หนีเร็ว เขาเป็นปีศาจ!”
“ฆาตกร! เพชฌฆาต!”
“อย่าฆ่าฉัน ฉันเป็นสาวกแห่งรุ่งอรุณ!”
“แม่! ช่วยด้วย!”
เสียงตะโกน เสียงวิงวอนขอชีวิต เสียงฝีเท้าหนีตาย เสียงกรีดร้อง และเสียงด่าทอ ดังระงมขึ้นหน้าโบสถ์เซนต์เดนนิส
หลี่เหวยอันราวกับยมทูตผู้เย็นชา ไล่สังหารทุกคนที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ทีละคน
ดอกไม้สีเลือดงดงามสดใสราวกุหลาบแดงในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อเสียงลมหวีดหวิวพัดผ่าน ดอกแล้วดอกเล่าก็เบ่งบาน
เมื่อเสียงปืนสงบลง บริเวณหน้าโบสถ์ก็ถูกย้อมเป็นสีแดงฉานจนหมดสิ้น
เลือดสดไหลนองไปตามร่องอิฐบนถนน
ศพนอนเกลื่อนกลาดเต็มพื้น
ทุกคนถูกยิงตรงหว่างคิ้ว ส่วนเหล่าสาวกในชุดสีเขียว ศีรษะระเบิดกระจุยไปทั้งหัว
“อ้วก!” ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบ ๆ รวมถึงคนในร้านค้าและบ้านเรือนใกล้เคียง พอเห็นภาพตรงหน้าก็เริ่มอาเจียนอย่างหนัก
กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นแผ่กระจายไปทั่วถนนอย่างรวดเร็ว
เมื่อบ็อบ เอดริก นายตำรวจมนุษย์หมาป่าควบม้ามาถึงหน้าโบสถ์ เขาก็ตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกกับภาพที่เห็น
บ็อบเกือบจะกลายร่างเป็นหมาป่าเพราะความตกใจ
เขาเหลือบมองหลี่เหวยอันที่ดูราวกับยมทูต ก่อนจะดึงบังเหียนหันหัวม้าหนีทันที
แต่เพิ่งควบออกไปได้ไม่กี่เมตร ม้าที่เขาขี่อยู่ก็ระเบิดกระจุย
ขาทั้งสี่ของม้าวิ่งกระจัดกระจายไปคนละทิศ เหลือเพียงนายตำรวจบ็อบที่กลิ้งตกลงไปในกองเลือด
หลี่เหวยอันยิงม้าจนระเบิดเป็นจุณ
“ไสหัวมานี่ ไม่งั้นฉันยิงแกตาย!” หลี่เหวยอันมองบ็อบที่กลิ้งไปกลางถนน พลางแค่นเสียง ก่อนยิงลงบนพื้นระหว่างขาของอีกฝ่ายจนเกิดหลุมใหญ่
“ไม่เกี่ยวกับผมเลย ผมไม่รู้เรื่องด้วยจริง ๆ” บ็อบนั่งยอง ๆ ตัวสั่นงันงก จนแทบกลั้นปัสสาวะไว้ไม่อยู่