“ท่านบาทหลวงผู้ทรงเกียรติ เชิญนั่งก่อน จะรับกาแฟหรือเหล้าดีครับ?” หลังหลี่เหวยอันมาถึงสถานีตำรวจเซนต์เดนนิส ผู้กำกับก็พาเขาตรงไปยังห้องทำงานทันที
“กาแฟ ใส่น้ำตาลสองก้อนกับนมหนึ่งช้อน ขอบคุณครับ”
“โอ้ รสนิยมแบบชนชั้นสูงสินะ ทางตะวันตกนี่คนชอบเหล้ารัมกันมากกว่า” ผู้กำกับตะโกนเรียกคนที่อยู่นอกประตู ไม่นานก็มีคนนำกาแฟที่หลี่เหวยอันสั่งมาเสิร์ฟ
“ม้าของผมถูกขโมยไป” หลี่เหวยอันพูดเข้าเรื่องทันที
ผู้กำกับร่างท้วมพยักหน้าอย่างไม่รีบร้อน “ก่อนฟ้ามืดวันนี้ ม้าของคุณจะไปอยู่ในคอกม้าของโบสถ์ครับ”
หลี่เหวยอันเลิกคิ้ว เรื่องนี้เป็นไปตามที่เขาคาดไว้
“มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถอะครับ ผมชอบอะไรที่ตรงไปตรงมา” หลี่เหวยอันยกกาแฟตรงหน้าขึ้น ใช้ช้อนเงินคนเบา ๆ สองสามครั้ง ก่อนวางลงบนโต๊ะ
ถ้วยล้างไม่สะอาด แถมยังมีรอยร้าว ดูท่าคงไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว
แม้แต่ช้อนเงินก็ยังขึ้นหมอง
ผู้กำกับแอบนินทาในใจ: พวกที่มาจากศาลาสวรรค์นี่ กลิ่นอายความเย่อหยิ่งเหม็นคลุ้งไปทั้งตัว
“งั้นผมจะพูดตรง ๆ เลยนะครับ”
“ช่วงนี้ในเมืองเกิดคดีฆาตกรรมหลายครั้ง เหยื่อถูกกัดจนตายทั้งหมด”
“แถมยังมีหลายคนตายในย่านคนรวย หนึ่งในนั้นเป็นพ่อบ้านของสมาชิกสภาเมือง อีกคนเป็นสมาชิกตระกูลเอดริก ตอนนี้สถานีตำรวจกำลังถูกกดดันอย่างหนัก”
พอพูดจบ ผู้กำกับก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าพลันหม่นหมอง
“พวกคุณไม่มีผู้ต้องสงสัยเลยหรือครับ?” หลี่เหวยอันถาม
“เราเชิญพวกที่มีประสบการณ์มาหลายคน ทุกคนบอกว่าไม่ใช่ฝีมือมนุษย์”
