เฉาเฟยพูดจบก็ปล่อยมือจากเฉียนฝุ่นกุ้ย ทำท่าจะเดินจากไป
เฉียนฝุ่นกุ้ยตัวสั่นงันงก เป้ากางเกงส่งกลิ่นฉี่เหม็นฉุน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เขาไม่สนใจความเจ็บปวดแสนสาหัสที่หน้าอก ใช้มือเท้าคลานลุกขึ้น ก่อนจะทิ้งตัวคุกเข่าตรงหน้าเฉาเฟยดังตุ้บ
“ท่านเฉา คุณปู่เฉา ผมผิดไปแล้วจริง ๆ!”
“ขอร้องล่ะครับ อย่าไปที่ร้านอาหารเพื่อทวงบัญชีกับเจ้านายเลย ถ้าเรื่องถูกตรวจสอบขึ้นมา ครึ่งชีวิตที่เหลือของผมคงต้องอยู่ในคุกแน่!”
เฉาเฟยเลิกคิ้ว “ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วหรือ เมื่อกี้ไม่ใช่ยังคิดจะตัดทางทำมาหากินของหมู่บ้านดอกท้อพวกเราอยู่เลยหรือไง”
“เมื่อกี้ผมพูดเหลวไหลเอง ปากพล่อย สมควรโดนตีแล้ว!” เฉียนฝุ่นกุ้ยฟาดฝ่ามือใส่แก้มอ้วน ๆ ของตัวเองซ้ายทีขวาทีอย่างไม่ยั้ง
เสียงตบดังเพียะ ๆ ก้องอยู่หน้าประตูบ้าน จนมุมปากของเขามีเลือดไหลออกมาไม่หยุด
ชาวบ้านที่เห็นภาพนี้ต่างพากันสูดปากด้วยความตกใจ
ผู้จัดการเฉียนที่ปกติวางอำนาจบาตรใหญ่ในตำบล เมื่อครู่ไม่เพียงถูกเฉาเฟยเหยียบไว้ใต้เท้า ตอนนี้ยังคุกเข่าขอร้องเจ้าสองเฉาราวกับสุนัขอีกด้วย!
ถ้าไม่ได้เห็นกับตา พวกเขาคงไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง!
“พอได้แล้ว ไม่ต้องมาเล่นละครเรียกคะแนนสงสารตรงนี้” เฉาเฟยพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าอยากจัดการกันเป็นการส่วนตัว ก็แสดงความจริงใจออกมาหน่อย”
เฉียนฝุ่นกุ้ยราวกับได้รับการอภัยโทษ รีบหยุดมือตัวเองทันที เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนชูนิ้วทั้งห้าขึ้น “ผมให้ห้าพันหยวน ถือเป็นการขอโทษชาวบ้านแล้วกัน!”
พอได้ยินดังนั้น ชาวบ้านรอบข้างก็พากันส่งเสียงฮือฮาทันที
ห้าพันหยวน!
นี่มันเงินก้อนโตเลยนะ หมู่บ้านดอกท้อทั้งปีแทบไม่เคยเห็นเงินมากขนาดนี้!
เฉินเจี้ยนเย่กับหลี่ต้าหมิงเองก็ใจเต้นแรง หากแบ่งเงินก้อนนี้ให้ชาวบ้าน ต่อให้แต่ละครัวเรือนได้เพียงไม่กี่สิบหยวน ทุกคนก็ต้องดีใจจนยิ้มแก้มปริแน่
แต่เฉาเฟยกลับแค่หัวเราะเยาะ แล้วเตะเฉียนฝุ่นกุ้ยจนล้มกลิ้งลงกับพื้น
“ห้าพันหยวน? คิดจะเอาเงินแค่นี้มาปัดสวะหรือไง!”
“หมู่บ้านดอกท้อมีบ้านเป็นร้อยหลัง แบ่งห้าพันหยวนให้แต่ละบ้านจะได้เท่าไร แค่ซื้อหมูสองชั่งยังไม่พอเลย!”
