โจวเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงของคนที่ผ่านโลกมามากกว่า
“ฉันยอมรับว่าเธอมีความสามารถอยู่บ้างจริง ๆ แต่เป็นคนอย่าทะนงตัวเกินไปนัก ความทะนงตัวไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเธอหรอก”
“สรุปแล้ว นิสัยของเธอต้องปรับปรุงให้ดี ไม่อย่างนั้น ต่อให้ฉันยินดีปั้นเธอขึ้นมา สักวันเธอก็ต้องเดือดร้อนเพราะไปล่วงเกินคนอื่น”
“ถึงอย่างไร กองทัพนี้ก็ไม่ได้แซ่โจว พ่ออย่างฉันเองก็ไม่ได้มีอำนาจบาตรใหญ่ในกองทัพ”
โจวเหย่ถอนหายใจ
“เห็นไหมล่ะ พ่อโจว มาอีกแล้ว”
“ทุกครั้งก็ทำหน้าแบบนี้ มองแล้วชวนหงุดหงิด ไม่รู้ก็นึกว่าลูกชายอย่างฉันแย่มากแค่ไหน”
“ไม่ต้องให้พ่อพูด ฉันก็เข้าใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นพ่อคิดว่าฉันไต่เต้าจากชาวนาที่ไม่มีทั้งเบื้องหลังและเส้นสาย มาจนถึงวันนี้ได้ยังไง?”
โจวเฟิงพลันหน้าขรึม ก่อนจะตบพวงมาลัยอย่างแรง
“พ่อโจว?”
“พ่อโจวเป็นคำที่แกเรียกได้หรือ? ไอ้เด็กนี่ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง”
ปากคอเราะร้ายพูดจาไม่น่าฟังเสียจริง ยิ่งกว่าลูกชายคนเล็กอีก ไม่เสียทีที่เป็นพี่น้องกัน
ไม่รู้ว่าชาติก่อนเขาทำบาปกรรมอะไรไว้ ชาตินี้ถึงไม่มีลูกสาวสักคนก็ว่าไปอย่าง ยังดันมีลูกชายปากเสียสองคนอีก
โจวเหย่รีบพยักหน้า
“ครับ ๆ เป็นความผิดของผมเอง ต่อไปผมจะไม่เรียกพ่อว่าพ่อโจวแล้ว”
“แต่พ่อก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็นพ่อหน่อยสิ ผมถึงจะเรียกพ่อว่าพ่อได้เต็มปาก ไม่อย่างนั้นเรียกพ่อโจวยังจะดีกว่า”
