โจวโหย่วเกินกะพริบตาปริบ ๆ ในใจคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว แม้อายุยังน้อย แต่เด็กชนบทวัยนี้รู้ความกันมากแล้ว เรื่องหลายอย่างก็เข้าใจไม่น้อย
เขาเริ่มกระสับกระส่ายอยากลองทำตามแผน แต่พอนึกว่านี่เป็นเมืองใหญ่ อีกฝ่ายก็มีฐานะไม่ธรรมดา จึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลองเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิงว่า
“ปู่ ย่า ลุงเล็กเขา...จะไม่ยอมรับพวกเราไหมครับ?”
“เหมือน...เหมือนลุงเล็กคนก่อนน่ะครับ”
ลุงเล็กคนก่อนอย่างโจวเหย่เป็นตัวปัญหาตัวจริง ไม่เพียงไม่กตัญญู ซ้ำยังหัวแข็งต่อต้านทุกอย่าง
ทั้งที่เป็นทหารอยู่ในกองทัพ ได้เบี้ยเลี้ยงแต่ละเดือนตั้งมากมาย แต่กลับไม่ยอมส่งเงินกลับบ้านแม้แต่นิดเดียว ต่อให้ส่งมาให้บ้าง ก็ยังคิดเล็กคิดน้อย จดลงสมุดบัญชี แล้วคำนวณกับพวกเขาจนหมดจด
เดิมทีหลานชายหลานสาวรุ่นเด็กอย่างพวกเขาต่างชื่นชมลุงเล็กคนเดียวในบ้านที่เป็นทหาร เคยคิดจะเข้าไปสนิทสนมด้วย แต่เจ้าตัวกลับไม่อยากใกล้ชิดพวกเขา
ถึงขั้นรังเกียจว่าพวกเขาสกปรก ทุกครั้งที่เห็นก็ไม่เอามือปิดจมูกแล้วถอยห่างไปไกล ๆ ไม่ก็ไล่พวกเขาไป
ไม่รู้ว่าลุงเล็กคนใหม่นี้...จะเป็นเหมือนโจวเหย่ ไม่เห็นแก่ความเป็นญาติเลยหรือเปล่า
พอได้ยินหลานชายคนโตพูดเช่นนี้ สีหน้าของโจวเหล่าซานก็มืดครึ้มลงทันที
“เขากล้าเรอะ!”
ถึงพวกเขาจะไม่เคยเลี้ยงดูเขา แต่อย่างน้อยก็เป็นคนให้กำเนิดเขา
จะให้เขาออกเงินออกแรง ช่วยเหลือครอบครัวสักหน่อยแล้วมันยังไง?
จะให้เขาซึ่งเป็นน้องชายใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ในเมือง ส่วนพวกพี่ ๆ พี่สาว ๆ หลานชายหลานสาว รวมถึงพ่อแม่แก่ ๆ ต้องอดมื้อกินมื้ออยู่ในชนบท รัดเข็มขัดประทังชีวิตทุกวันอย่างนั้นหรือ
