หวงซิ่วอิงไม่สนใจ ทำเหมือนไม่ได้ยิน พวกเขากลับเข้าบ้านอย่างไม่รีบร้อน วางห่อผ้าในมือลงก่อน จากนั้นก็ไปล้างมือ
จังหวะนั้นเอง ป้าจางทำอาหารเสร็จพอดี
กับข้าวร้อนฉ่าถูกยกมาวางบนโต๊ะ มีทั้งผัก ทั้งเนื้อ และข้าวสวยเมล็ดขาวนุ่ม
คนในครอบครัวต่างพากันล้างมือและเตรียมกินข้าว
ทุกคนในบ้านมากินข้าวกันหมด เว้นแต่โจวเหย่ที่บาดเจ็บและกำลังนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง กับเด็กสองคน
กลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอ แม้แต่โจวเฟิงที่อยู่บนกำแพงก็ยังหิวจนท้องร้องโครกคราก
เขามองข้ามกำแพงเข้าไป เห็นคนทั้งบ้านกำลังกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย จึงอดกลืนน้ำลายไม่ได้
หรือฝีมือทำอาหารของป้าจางจะพัฒนาขึ้นอีกแล้ว?
ให้ตายสิ ทำไมหอมขนาดนี้?
กลิ่นหอมจนตาแก่รู้สึกทรมานไปทั้งตัว ราวกับมีมดไต่ยุบยับ เขาจ้องอาหารบนโต๊ะไม่กะพริบตา แต่กลับลงไปไม่ได้ แถมยังอดกินอีก
ตอนเที่ยงวันนี้เขาก็กินข้าวที่โรงอาหารของกองทัพมาแล้ว กับข้าวก็ไม่เลว มีทั้งผักทั้งเนื้อ
แต่กินแล้วกลับไม่รู้รสชาติเลยสักนิด เทียบกับมื้อนี้ไม่ได้เลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
โจวเฟิงค้างอยู่บนกำแพง จะลงก็ไม่ได้ จะขึ้นก็ไม่ไหว เขาตะโกนเสียงดัง แต่ก็กลัวว่าจะเรียกให้คนอื่นมาเห็น แล้วถูกมองเป็นคนลามกหรือหัวขโมย
สุดท้ายจึงทำได้แค่ลดเสียงลงแล้วร้องเรียกเบา ๆ
“ซิ่วอิง ฉันหิวแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเลย เธอไปเอาบันไดมาให้ฉันลงหน่อย แล้วเรามากินข้าวด้วยกันนะ”
หวงซิ่วอิงทำงานมาทั้งวันก็เหนื่อยและหิวเหมือนกัน จะให้สนใจเขาได้อย่างไร เธอก้มหน้าก้มตากินข้าว แล้วยังไม่ลืมคีบเนื้อให้ลูกสะใภ้ทั้งสองคนเพิ่ม
