หวงซิ่วอิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางชามกับตะเกียบแล้วลุกขึ้นไปดูสถานการณ์
ตกจากความสูงแค่นี้คงไม่ถึงตาย แต่ก็อาจพิการได้ เช่น ขาหักอะไรทำนองนั้น
ถ้าขาหักขึ้นมาจริง ๆ ก็ยุ่งยากไม่น้อย อย่างไรก็ต้องเหลือพี่เลี้ยงไว้สักคนคอยดูแลชายชรา แต่ในบ้านมีพี่เลี้ยงแค่สองคน เธอไม่อยากยกให้ใครทั้งนั้น
ถ้ายกให้ไปแล้ว ใครจะทำงานบ้านในครอบครัวนี้? แล้วใครจะดูแลเด็ก ๆ ที่บ้าน?
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? ถ้าไม่เจ็บก็รีบลุกขึ้นมา อย่ามานั่งแช่อยู่ตรงนี้”
หวงซิ่วอิงเดินเข้าไป มองโจวเฟิงที่นั่งยองอยู่บนพื้นจากที่สูง พลางเหลือบมองขาของชายชรา
จากประสบการณ์ที่เธอเป็นพยาบาลมาหลายปี ดูแล้วน่าจะไม่เป็นอะไรมาก ต่อให้เจ็บก็คงไม่ร้ายแรง
โจวเฟิงโซเซลุกขึ้นจากพื้น ข้อเท้าแพลง พอยืนขึ้นก็ปวดแปลบไปถึงขั้วหัวใจ จนเหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก
แต่ผู้หญิงข้างกายกลับยังเหน็บแนมเขาไม่หยุด
“หวงซิ่วอิง! คุณเป็นอะไรไป?” สีหน้าโจวเฟิงคล้ำลง เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมเธอถึงทำตัวประหลาดแบบนี้
“ไม่ได้เป็นอะไร แค่ในใจอัดอั้น มีเรื่องขุ่นเคืองจนทนไม่ไหว ไม่อยากอดทนแล้ว”
สีหน้าชายชราดำคล้ำยิ่งกว่าเดิม “ทำเรื่องแบบนี้ไปมีประโยชน์อะไร? อายุปูนนี้กันแล้วนะ”
