ความหวาดระแวงของทุกคนที่มีต่อเซี่ยหลียิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก ไม่ใช่แค่ประเทศเหมาจื่อเท่านั้น หลายประเทศเริ่มกดดันหัวเซี่ยฮั่วเสี่ย บังคับให้หัวเซี่ยฮั่วเสี่ยลงโทษเซี่ยหลีอย่างเด็ดขาด ในข้อหาบุกรุกเครือข่ายของประเทศอื่นอย่างไม่เกรงกล้า
ไม่เช่นนั้นก็หมายความว่าเธอต้องการใช้เครือข่ายจุดชนวนสงครามโลกครั้งใหม่ ก่อความปั่นป่วนให้ทั่วโลก ละเมิดสัญญาสันติภาพ!
ห้องอุปกรณ์ของสถาบันวิจัยลับ
“เยี่ยมไปเลย! ขีปนาวุธไม่ได้โจมตีหัวเซี่ยฮั่วเสี่ย เราสำเร็จแล้ว!”
“คอมเรดเซี่ยหลีทำได้สำเร็จ เธอเก่งจริง ๆ ! ชัยชนะจะเป็นของพวกเราหัวเซี่ยฮั่วเสี่ยตลอดไป!!”
“การตอบโต้ครั้งนี้สะใจสุด ๆ เลย น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้อยู่ข้าง ๆ สหายเซี่ยหลีตลอดกระบวนการ ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องขอเรียนรู้จากสหายเซี่ยหลีสักหน่อย จะได้ไม่ต้องให้พวกต่างชาติมากลั่นแกล้งว่าวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของหัวเซี่ยล้าหลังอีก!”
……
เสียงฉลอง เสียงโห่ร้อง แม้แต่เสียงแสดงความยินดี ดังขึ้นระงมมาจากนอกหน้าต่าง
เซี่ยหลีจ้องมองจุดแสงที่เป็นขีปนาวุธบนจอค่อย ๆ หายไปทีละจุดจนหมดสิ้น ทั้งตัวราวกับถูกเอาแรงไปหมดสิ้น จึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
แม้จะมีเทคนิคอยู่ในมือ แม้ในใจจะมั่นใจว่าเอาขีปนาวุธทั้งหลายนั้นแก้ได้หมด แต่พอเจอเรื่องแบบนี้ขึ้นจริง จิตใจไม่ตึงเครียดก็เป็นไปไม่ได้
“วางกลยุทธ์อยู่เบื้องหลัง” เป็นเพียงเปลือกนอก ข้างในกำลังภาวนาอย่างลับ ๆ ว่าอย่าให้ขีปนาวุธตกลงบนผืนแผ่นดินหัวเซี่ยเลย เดี๋ยวจะไม่มีหน้าไปพบใครอีกเลย อับอายจนขยี้นิ้วเท้า ตรงนั้นแหละคือจิตใจปกติของคนธรรมดา
