แต่เซี่ยหลีกลับไม่เอาใจใส่ความกล้าหาญเพื่อผู้วีรบุรุษของชวงชิงเลยแม้แต่น้อย
หากคำถามที่ว่า “ทางรถไฟสองสาย สายหนึ่งมีคนนอนอยู่คนเดียว อีกสายมีคนนอนอยู่ 5 คน โดยสายที่มี 5 คนนั้นเป็นเส้นทางปกติของรถไฟ ถ้าคุณเป็นคนขับรถไฟ คุณจะขับไปทางไหน?” ถามถึงตัวเธอ เธอจะเหยียบคันเร่งเต็มสปีดบดคนทั้ง 5 ที่นอนอยู่บนรางตายทั้งหมด
อันตรายจากรางรถไฟไม่รู้หรือไง? เห็นรถขนาดใหญ่ขนาดนั้นวิ่งเข้ามาแล้วไม่รู้จักหลบ? ตัวเองตามหาความตื่นเต้น แล้วยังมาเป็นภาระให้คนขับรถไฟอีก คนพวกนี้คิดอะไรกันอยู่กันแน่?
เซี่ยหลีไม่สนหรอกว่าผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่จะเป็นอย่างไร เธอยึดตามเรื่องถูกผิดอย่างเดียว
เธอแม้แต่จะเหลือบสายตาให้ชวงชิงสักครั้งยังไม่เหลือ สายตาจ้องมั่นไปที่พวกค้ายาเสพติดด้านนอกที่ทั้งตัวตึงเครียด ถืออาวุธเตรียมบุกเข้ามาจี้ตัวคน
“พวกคุณอยากให้พวกเรานั่งรออยู่ตรงนี้ เราจี้ตัวประกันสักคนสองคน ไม่เกินเลยเถิดใช่ไหม?
สองฝ่ายแลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นธรรม ก็ไม่มีทางที่จะให้ฝ่ายเดียววางเดิมพันได้หรอก
ถ้าไม่อยากให้คนเหล่านี้ตาย พวกคุณก็อย่าคิดขยับตัวเลยดีกว่า”
ชวงชิงที่ช่วยเจียวเตียวสื่อสารทั้งทีสามครั้งสี่ครั้ง ยังตามเจียวเตียวออกไปข้างนอกด้วยกัน แถมยืนอยู่ในจุดที่ใกล้ชิดเขาที่สุด ฐานะและสถานภาพของคนแบบนี้ย่อมไม่ต่ำแน่นอน
เซี่ยหลีมั่นใจว่า ตราบใดที่ชวงชิงอยู่ในมือเธอ คนพวกนี้ก็ไม่กล้าขยับตัวโดยพลการ
ในเมื่อมีชีวิตอยู่ได้ ใครจะอยากตายล่ะ เว้นแต่ชวงชิงจะมีมนุษยสัมพันธ์แย่จนถึงขีดสุด จนคนที่ซุ่มดักรออยู่ข้างนอกวันนี้ทั้งหมดอยากให้เขาตาย ไม่เช่นนั้นคนข้างนอกก็ไม่มีทางกล้าขยับตัว
ทุกคนในที่นี้ต่างเงียบกริบไม่มีเสียงใดพูดออกมา
