ช่วงค่ำ เซี่ยหลีเลี่ยงสายตาผู้คน เดินตรงมายังหอพักชายโสด
ก่อนหน้านี้เคยปีนหน้าต่างห้องของลู่ติ้งหยวนมาแล้ว รอบนี้ถือว่าคุ้นเส้นเป็นอย่างดี รีบหลบผู้คนจนมาถึงใต้หอพักได้โดยง่าย
มองดูกองทหารที่เพิ่งเดินผ่านไปด้านหน้า เซี่ยหลีรู้ดีกว่าอีก 15 นาทีจะถึงเวลาเปลี่ยนเวร
เธอหามุมหนึ่งซ่อนตัวกลมกลืนไปกับความมืด รอคอยการเปลี่ยนเวรของทหารยามอย่างเงียบเชียบ
แอบคิดในใจ ช่วงนี้ไม่มีโทรศัพท์มือถือมันช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย
ถ้ามีโทรศัพท์มือถือนี่ ตอนนี้คงโทรหาจ้าวเฉียงได้แล้ว ไม่ต้องมานั่งปีนหน้าต่างห้องใครให้เสี่ยงแบบนี้
น่าเสียดายที่เศรษฐกิจของหัวเซี่ยในตอนนี้ ยังไม่สามารถวางสายสื่อสารโทรคมนาคมครอบคลุมทั้งประเทศได้ด้วยซ้ำ
พอใกล้ถึงเวลา เซี่ยหลีกำลังจะฉวยจังหวะช่วงคนเปลี่ยนเวร วิ่งไปหาจ้าวเฉียงเพื่อสั่งสอนความคิดให้ดีๆ
อายุแค่นี้จะเป็นสายลับไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นที่พยายามมาหลายปีก็เสียเปล่า ถึงจะทหาร ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐจะเลี้ยงดูตอนแก่
แต่แล้ว ก่อนที่เซี่ยหลีจะขยับตัว เธอก็เห็นคนคนหนึ่งเดินเร็วออกมาจากหอพัก
คนคนนั้นแต่งเครื่องแบบเต็มยศ หมวกกดต่ำ วิ่งเหยาะๆ มุ่งหน้าไปทางสนามซ้อม