“อ้า——!
มีคนยิงปืน หนีเร็ว!!”
เสียงปืนนัดเดียวทำให้ฝูงชนที่กำลังมาดูความครึกครื้นกันอยู่ที่ลานกลางตื่นตระหนก ต่างพากันกระจัดกระจายวิ่งหนีไปรอบทิศ
เสียงกรีดร้องของผู้ใหญ่ เสียงร้องไห้ของเด็กดังแทรกแซงไม่เว้นช่วง สถานการณ์ระส่ำระสายยิ่งกว่าเดิม
จ้าวหูไม่คิดว่าฝั่งพวกตนจะถูกซุ่มโจมตีด้วย จึงรี่ตัวถอยหลังอย่างระแวงระวัง หลบกระสุนนัดนั้นไปได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะตะโกนสั่งลูกน้องเสียงดัง “คุ้มกัน! ล่าถอย!!”
ว่าแล้วทหารองครักษ์ทั้ง 4 คนก็รีบพาไป๋เฟยเฟยและคนอื่น ๆ วิ่งมุ่งหน้าไปทางรถทันที
แถวร้านล็อตเตอรี่แต่แรกก็คนเยอะอยู่แล้ว พอเกิดเสียงปืนเมื่อครู่ ทุกคนต่างวิ่งกรูกันสับสนวุ่นวาย
คนที่กำลังวิ่งหนีมีมากเกินไป วิ่งสวนไปมารอบตัวไป๋เฟยเฟย ทำให้เส้นทางไปยังรถของพวกเธอลำบากลำบนขึ้นทันตา
“เปรี้ยง!”
อีกฝ่ายยิงปืนมายังทิศทางของจ้าวหูและคนอื่นอีกครั้ง
ทหารหนุ่มคนหนึ่งเพื่อคุ้มกันเฉินเจินเจินกับนีนี ยืดมือกดตัวทั้งสองเอาไว้ในอ้อมกอด แขนถูกกระสุนเข้าเต็ม ๆ เลือดสีแดงเข้มพุ่งออกมา
“อ้า!”
เฉินเจินเจินตกใจสุดขีด
ทหารหนุ่มกลับไม่เอะใจกับแผลที่ต้นแขนของตัวเองเลย กดหัวเฉินเจินเจินเอาไว้แล้ววิ่งฝ่าฝูงชนมุ่งหน้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่เป็นไร ขึ้นรถก่อน!”
ว่าจบก็ดันเฉินเจินเจินที่วิ่งนำอยู่ขึ้นไปในรถ ตัวเองก็ปีนขึ้นตามอย่างรวดเร็ว หยิบปืนออกมายืนเฝ้าระแวง
เฉินเจินเจินตั้งแต่แรกก็อยู่ใกล้รถมากกว่า แถมยังวิ่งเก่ง จึงลอดขึ้นไปในรถได้อย่างรวดเร็ว แต่สภาพฝั่งไป๋เฟยเฟยกลับไม่ค่อยดีนัก
