เซี่ยหลีรับหนังสือพิมพ์มา สายตากวาดอ่านพาดหัวหน้า 4 อย่างรวดเร็ว แล้วก็หัวเราะออกมา "พู่ฉิ" เสียงเดียว
พาดหัวหน้า 4 ลงบทความในน้ำเสียงของการสัมภาษณ์ "ตั้งไหวหมิน" โดยเล่ารายละเอียดประวัติของตั้งไหวหมินตั้งแต่เด็กจนโต และเหตุผลที่ทำไมเขาถึงได้เป็นศิษย์ของเหลยคงจนได้ผลงานเช่นทุกวันนี้
แถมยังลงรูปถ่ายด้วย เป็นภาพ "ตั้งไหวหมิน" กำลังจับมือกับนักข่าวผู้สัมภาษณ์
ชายหนุ่มอายุราว 30 สวมชุดจงซาน ผมเป็นแบบเกลี้ยงแนบท้ายทอยอย่างเรียบร้อย คิ้วตาดูเป็น "ลูก" ฉลาดเฉลียวที่เก่งวิชาคำนวณสมัยเรียน สีหน้าดูแฝงปัญญาเฉียบแหลม
ทั้งตัวแผ่ความเป็นนักปราชญ์อ่อนโยน บรรยากาศตอนจับมือกับนักข่าวทั้งถ่อมตัวและมีความภาคภูมิเป็นของตนเอง
เมื่อเทียบกับเซี่ยหลีที่มองแวบแรกก็ไม่เหมือนนักวิจัยสักเท่าไร โยนลงสนามรบปุ๊บก็เป็นทหารเถื่อนเต็มตัว ฝั่ง "ตั้งไหวหมิน" ชัดเจนว่าเป็นนักปัญญาชนตัวจริง น่าเชื่อถือกว่าเซี่ยหลี ศิษย์ของเหลยคงคนนี้ ตั้งหลายเท่า
พูดให้ตรงก็คือ องค์กร "ปั้น" คนขึ้นมาหนึ่งคน เพื่อยืนยัน "ความมีตัวตนจริง" ของตั้งไหวหมิน
เซี่ยหลียิ้มแฉ่ง ถือหนังสือพิมพ์ในมือโบกใส่ลู่ติ้งหยวน พูดอย่างขันขัน "ยังดีที่บนนั้นนึกไอเดียแบบนี้ออก ช่วยยืนยันว่าตั้งไหวหมินเป็นคนที่มีตัวตนจริงให้ฉันแบบนี้
ไม่แปลกเลยที่คนพวกนั้นจะเชื่อ"
เธอเคยคิดว่าบนนั้นจะปั้นตัวตนขึ้นมาหนึ่งชุด และเคยคิดว่าบนนั้นแน่นอนว่าต้องเผยแพร่เรื่องคนนี้ให้อื้อฉาว เพื่อยืนยันตัวตนนั้นและพาเธอออกจากสถานการณ์ที่ถูกโฟกัสอยู่ตอนนี้
แต่ไม่คิดว่าบนนั้นจะจัด "คนปลอม" มาเป็นเป้าหมายให้เธอตั้งเด่นไว้ตรงนั้นเฉย ๆ
คนเป็นๆ ที่พูดได้ เดินได้ และหาตำแหน่งเฉพาะเจาะจงได้ ย่อมน่าเชื่อถือกว่าคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเป็นไหน ๆ