ลู่ติ้งหยวนเดิมทียังแอบเป็นห่วนอยู่ไม่เลิกว่าเซี่ยหลีกับน้อยนากจะเป็นไงมาได้ไงที่นี่ด้านสถาบันวิจัย
แม้จะรู้ว่าลูกชายตัวเองฉลาดเป็นกรด คงไม่งอแงร้องไห้ เซี่ยหลีเองก็มีทหารองครักษ์ติดตัวเป็นสิบ ๆ ใคร ๆ ก็ช่วยปลอบเด็กได้ คงไม่เกิดเรื่องใหญ่โตอะไร
แต่เขาก็ยังไม่ค่อยวางใจแม่ของลูกสักเท่าไร
ผลคือเพิ่งมาถึงก็เห็นภาพที่ทำให้หัวใจแทบหลุดออกจากอก ภรรยาของเขากำลังหยิบชิปที่นักวิจัยทั่วทั้งประเทศหวงแหนดั่งสมบัติล้ำค่า มากองเป็นตึกเลโก้อยู่บนศีรษะของลูกชาย
ไม่ใช่แค่กอง พอกองเสร็จแล้ว เธอยังเอานิ้วโป๊กลูกชายอีก ราวกับกลัวว่าชิปพวกนั้นจะไม่ล้มลงมา
ดังที่คาด วินาทีถัดมา ตึกระฟ้าทั้งหลังก็พังลงมาทั้งกองเพราะฐานรากสั่นคลอนเพียงนิดเดียว
เขาไม่ทันจะคิดอะไรอีก พุ่งเข้ามาหนึ่งก้าว คว้าชิปทั้งหมดที่กำลังตกลงมาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอมที่สุด กลัวว่าของพวกนี้จะตกพื้นแตกกระจายจนไม่เหลือเป็นชิ้นดี
รับของไว้ครบแล้ว หัวใจของลู่ติ้งหยวนถึงได้กลับลงมาอยู่ในท้อง
เขาหายใจลึก ๆ หนึ่งครั้ง กดความหงุดหงิดที่มีต่อความไม่น่าเชื่อถือของเซี่ยหลีลง แล้วหันไปมองเธอด้วยความอ่อนใจ ใบหน้าแทบขบฟกระฟ่อน
"โรงเลี้ยงเด็กกับชั้นอนุบาลมันตั้งขึ้นมาเพื่อให้คนทำงานในกองทัพทำงานได้อยู่สบายใจ มันคือสวัสดิการ
ผลคือเธอให้เด็กเรียนครึ่งวันต่อวัน บ่ายก็พาเด็กมาที่ทำงานด้วย เธอก็ทำงานไม่ได้ เด็กก็อยู่ไม่สบายใจ นี่มันไม่ใช่เอาหางมาโยกหัวก็คือหัวไปโยกหางหรอกเหรอ?
โชคดีที่น้อยนากเชื่อฟัง ถ้าไม่เชื่อฟัง คงร้องไห้ให้เธอดูนานแล้ว"