ความเงียบของเซี่ยหลี เกิดขึ้นเพียงเพราะท้ายที่สุดแล้ว คำพูดของเซี่ยบินที่กินสัดส่วนไม่มากนัก
นางแต่งเข้าตระกูลลู่แม้ปีจะไม่สั้นนัก แต่จริง ๆ แล้วตลอดมา นางอยู่กับลู่ติ้งหยวนไปประจำที่ต่างถิ่น โอกาสได้ใกล้ชิดคุณปู่ลู่จึงไม่นานนัก
ทั้งสองเคยมีช่วงเวลาที่ได้ปฏิสัมพันธ์กันในแบบปู่หลาน และคุณปู่ก็คอยปกป้องนางเสมอมา
แต่หากให้เซี่ยหลีพูดอย่างยุติธรรม คุณปู่ลู่ในใจนาง ยังไงก็เทียบคุณปู่เซี่ยไม่ได้อยู่ดี
หรือแม้แต่เทียบกับคุณลิ่วเถา หากจะให้อยู่ในระดับสูสีกันได้ ก็เพราะมีลู่ติ้งหยวนเป็นตัวบวกระดับความสำคัญนั่นเอง
แต่เพราะโทรศัพท์สายนั้นในเช้าวันที่คุณปู่ลู่จากไป นางกลัวว่าคุณปู่จะเร่งให้ไปทำงาน จึงได้แต่พูดคุยกับคุณปู่ลู่เพียงไม่กี่ประโยคอย่างรีบ ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องไปที่ลู่ติ้งหยวน ไม่ได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตคุณปู่ลู่อย่างอดทนพูดคุยกับท่านให้ดี ๆ สุดท้ายก็ทำให้นางรู้สึกเสียใจอยู่ในใจ และแม้แต่รู้สึกผิดเล็ก ๆ จาง ๆ
นั่นคือปู่คนหนึ่ง ในฐานะนักปฏิวัติผู้ทุ่มเทชีวิตให้ประเทศชาติ ได้สนทนากับหลานสะใภ้เป็นครั้งสุดท้าย
ตอนนั้นท่านคงรู้แล้วว่าตัวเองอยู่ได้ไม่นาน คงรู้ว่านั่นจะเป็นโทรศัพท์สายสุดท้ายของพวกเขา
แต่คุณปู่กลับไม่พูดอะไรเลยสักอย่าง กลับพูดคำอวยพรเพื่ออนาคตของนางไว้มากมาย รวมถึงสอนวิธีป้องกันตัวเองจากลมมีดฝนกระบี่จากภายนอก
คุณปู่ที่แท้ไม่ได้กดดันนางมากมายในสายโทรศัพท์ ไม่ได้บอกว่านางต้องทุ่มเททำงานวิจัยให้ดี เพื่อสร้างชาติ สร้างความแข็งแกร่งให้เร็วขึ้นแก่ประเทศที่ท่านปกป้องมาทั้งชีวิต
