จิ้นเหลยลากร่างอันเหนื่อยล้ากลับถึงบ้าน ภรรยาอย่างลิวอวิ๋นยังทำงานอยู่ ส่วนลูกชายจิ้นจื่อเสวียนถูกส่งไปฝากไว้ที่บ้านป้าของเขา
วันนี้จิ้นเหลยไปจัดการเรื่องของบริษัท
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย จิ้นเหลยเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ หลังเรียนจบก็เข้าทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ในบริษัทอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่ง
โปรแกรมเมอร์ได้รับค่าตอบแทนดี แต่การทำงานล่วงเวลาก็เป็นเรื่องปกติ
ลิวอวิ๋น ภรรยาของเขาเป็นหมอ ซึ่งหมอก็ต้องเข้าเวรกลางคืนอยู่บ่อย ๆ เช่นกัน
ทั้งคู่ยุ่งมากจนไม่มีเวลาดูแลบ้าน ลูกชายอย่างเสวียนเสวียนจึงอยู่ในความดูแลของพ่อแม่เขาเป็นหลัก
เขากับลิวอวิ๋นรู้จักกันผ่านการดูตัว แต่ทั้งคู่เป็นประเภทที่ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็น ดูตัวกันได้ไม่กี่เดือนก็แต่งงาน หลังแต่งงานชีวิตคู่ก็หวานชื่นไม่น้อย
ลูกชายเติบโตขึ้นทุกวัน อีกไม่นานก็ใกล้จะเข้าเรียนชั้นประถมแล้ว
ภรรยาคิดว่าอยากจ่ายเงินสักหน่อย ส่งลูกชายไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ เพราะโรงเรียนนานาชาติเปิดโลกทัศน์ได้กว้างกว่า
จิ้นเหลยคิดว่าค่าเล่าเรียนโรงเรียนนานาชาติปีละสองถึงสามแสน แม้เงินเดือนทั้งปีของเขาจะอยู่ในระดับนั้น แต่ถ้าเอาเงินทั้งหมดไปให้ลูกเรียน ครอบครัวก็คงฝืดเคือง สู้ส่งลูกเรียนโรงเรียนรัฐบาลแล้วเก็บเงินไว้ให้ลูกมากหน่อยไม่ดีกว่าหรือ ต่อไปถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศก็ยังได้
ทั้งคู่จึงมีปากเสียงกันเล็กน้อยเรื่องนี้ ไม่มีใครโน้มน้าวอีกฝ่ายได้
ช่วงนั้นเอง เพื่อนร่วมงานหลายคนของจิ้นเหลยวางแผนลาออกไปทำธุรกิจของตัวเอง
เงินเดือนของโปรแกรมเมอร์สูง หลายปีหลังเรียนจบจิ้นเหลยเก็บเงินไว้ได้ไม่น้อย พอนึกถึงที่ภรรยาอยากส่งลูกไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งต้องใช้เงินมากขึ้น เขาจึงนำบ้านไปจำนองและกู้เงินจากธนาคารสองล้าน
แล้วผลเป็นอย่างไรล่ะ? ตอนแรกทุกคนกระตือรือร้นกันมาก เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน ไม่นานก็รับงานโครงการใหญ่ได้
