สวี่ไป๋อวิ๋นเคลื่อนไหวเบามาก ทั้งยังอดทน สอนฉันทีละขั้นตอนว่าต้องทำยังไง
“ดูนะ จับปลายเข็มขัดด้านหนึ่งสอดเข้ามาตรงนี้ แล้วก็คล้อง... เวลาถอด ก็แค่กดแบบนี้”
“เป็นแล้วเหรอ”
“เป็นแล้ว” ฉันตอบแบบใจลอย
สวี่ไป๋อวิ๋นอยู่ใกล้ฉันมาก นั่นทำให้ฉันซึ่งเป็นเด็กหนุ่มเลือดร้อนรู้สึกอึดอัดมาก รู้สึกว่ามันทรมานยิ่งกว่าติดคุกเสียอีก
ฉันลองเสื้อผ้าด้วยความเร็วสูงสุด
“นายนี่ก็เร็วเกินไปแล้ว ไม่ลองดูอีกหน่อยเหรอ” สวี่ไป๋อวิ๋นแปลกใจกับความเร็วของฉัน
เพราะตั้งแต่เข้าร้านจนออกจากร้าน ฉันใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที
“ไม่ลองแล้ว”
ฉันพูดน้อย
ในนั้นหกปี ฉันได้เรียนรู้หลักการอย่างหนึ่ง
คนที่มีความสามารถจริง ๆ นั้น ล้วนเป็นคนโหดและพูดน้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนอย่างพวกเราที่มีประวัติอาชญากรรม ในสังคมนั้นยากที่จะปรับตัวเข้ากับคนอื่นและได้รับการยอมรับ
หลายคนทนจนครบกำหนดปล่อยตัวออกมา แต่กลับหางานหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ นี่ก็เป็นสิ่งที่ฉันค่อนข้างกังวลอยู่ในตอนนี้
สวี่ไป๋อวิ๋นกลับมองทะลุความในใจของฉันออก บอกให้ฉันไม่ต้องกังวล “เรื่องงานเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง วันนี้นายเพิ่งเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันจะพานายไปกินของดี ๆ เราฉลองกันดี ๆ เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด”
สวี่ไป๋อวิ๋นสมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจริง ๆ พูดจาและใช้คำพูดได้อย่างเหมาะเจาะ
ไม่เหมือนจ้าวชิงฮวา อ้าปากก็มีแต่ด่าฉัน ไล่ให้ฉันไปให้พ้น
ตอนนี้ฉันทำตามที่เธอต้องการแล้ว ไปให้พ้นจริง ๆ
เธอคงดีใจมากสินะ
ออกจากห้างสรรพสินค้า สวี่ไป๋อวิ๋นพาฉันไปร้านไห่ตี่เหลา
“เสี่ยวซาน ฉันสั่งกับข้าวมานิดหน่อย ดูหน่อยว่ามีอะไรที่ไม่กินไหม”
“ไม่มี ฉันกินได้ทุกอย่าง”
“ตอนนี้นายกำลังอยู่ในวัยกำลังโต ควรกินเยอะ ๆ จริง ๆ” สวี่ไป๋อวิ๋นพูดพลางสำรวจดูฉัน พบว่าถึงฉันจะอายุไม่มาก แต่รูปร่างกำยำ แข็งแรงกว่าผู้ชายที่ฟิตเนสหลายคน
อีกสักพักตอนจะซื้อกางเกงใน คงต้องซื้อไซซ์ใหญ่สุดให้ฉันสินะ
“กับข้าวต้องรอสักพัก ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”
สวี่ไป๋อวิ๋นลุกออกไป
ฉันก็นั่งตัวตรงอย่างนั้น
เด็กสาวคู่หนึ่งที่โต๊ะข้าง ๆ นึกว่าฉันเป็นทหารปลดประจำการ
“ดูท่านั่งของคนนั้นสิ เหมือนทหารเลยนะ”
“ฉันชื่นชมทหารมาตั้งแต่เด็ก”
“สวัสดีคะ ขอถามหน่อยว่าคุณเป็นทหารเหรอคะ” เด็กสาวคนหนึ่งทักทายฉัน
ฉันไม่พูดอะไร
ไอ้คนที่พึ่งพ้นโทษออกมาอย่างฉัน กลับถูกคนเชื่อมโยงว่าเป็นทหาร นี่มันเป็นการดูหมิ่นทหารชัด ๆ
ถึงแม้ว่า ครั้งหนึ่งฉันก็เคยฝันอยากเป็นทหาร
แต่ฉันไม่คู่ควร
เด็กสาวสองคนนั้นเห็นฉันไม่ยอมพูดด้วย ก็นึกว่าฉันมียศทหารสูง กลัวจะเปิดเผยความลับอะไร ยังพูดขอโทษฉันด้วย
ฉันคิดว่า ถ้าปีนั้นฉันไม่ออกหน้าแทนจ้าวชิงฮวาล่ะก็ บางทีฉันอาจจะไปเลือกเป็นทหารจริง ๆ ก็ได้
“สาวสวย มาคนเดียวเหรอ... ให้พี่เป็นเพื่อนไหม...”
“ปล่อยมือ...”
ขณะที่ฉันกำลังรออยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงของสวี่ไป๋อวิ๋นดังมาจากทางห้องน้ำ ตามมาด้วยคนจำนวนไม่น้อยเดินไปมุงดู
เมื่อรู้ตัวว่าสวี่ไป๋อวิ๋นน่าจะกำลังถูกแกล้ง ฉันก็พุ่งตัวไปอย่างรวดเร็วในทันที
ชายเมาสองคนล้อมสวี่ไป๋อวิ๋นไว้ แล้วลงมือลวนลามเธอ
ฉันเกลียดผู้ชายที่ฉวยโอกาสกับผู้หญิงที่สุด
จ้าวชิงฮวาก็อย่างหนึ่ง
สวี่ไป๋อวิ๋นก็เหมือนกัน
ฉันคว้าแขนของผู้ชายคนหนึ่งไว้ แล้วบิดออกไปด้านนอกอย่างแรง
ชีวิตในคุกหกปี ทำให้ความดุร้ายของฉันยิ่งทวีขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งในคุกยังเป็นที่ที่ฝึกฝนคนอย่างมาก กำลังของฉันจึงผิดจากคนปกติ
ที่บิดครานั้น แขนของผู้ชายคนนั้นก็ดัง “กร๊อบ” และหักไปเลย
ชายเมาอีกคนหนึ่งก็ชี้นิ้วมาที่จมูกฉันทันที ตะโกนคำราม “แกกล้าทำร้ายคนต่อหน้าธารกำนัล ฉันจะแจ้งตำรวจ!”
สวี่ไป๋อวิ๋นรีบเข้าไปขวางตรงหน้าฉัน “อย่าแจ้งตำรวจเลย พวกคุณต้องการเงินเท่าไหร่ ฉันจ่ายให้”
“ไม่ได้”
ฉันนึกถึงตอนที่ฉันแทงเจียหย่งเมื่อหกปีก่อน จ้าวชิงฮวาก็เอ่ยขอโทษอีกฝ่ายแบบนี้
ฉันคิดไม่ตก ชัด ๆ ว่าเป็นความผิดของอีกฝ่าย แต่ทำไมคนที่ขอโทษกลับเป็นเหยื่อ
“เสี่ยวซาน หุบปาก!”
สวี่ไป๋อวิ๋นไม่ฟังฉัน ยืนกรานจะจ่ายเงินให้อีกฝ่ายหนึ่งหมื่นหยวน
เรื่องนี้ทำให้ฉันโกรธมาก รู้สึกว่าสวี่ไป๋อวิ๋นกับจ้าวชิงฮวาก็เหมือนกัน เป็นพวกเนรคุณ
ฉันไม่แม้แต่จะกินหม้อไฟ เดินจากไปเลย
สวี่ไป๋อวิ๋นวิ่งตามออกมา “เฉินหย่วนซาน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ฉันกลับหยุดยืนอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
สวี่ไป๋อวิ๋นจ้องฉันด้วยความเดือดดาล “วันนี้นายเพิ่งออกมา ยังอยากจะกลับเข้าไปอีกเหรอ”
“ฉันไม่กลัว!” ฉันพูดโดยไม่ลังเล
ในสายตาของฉัน ผู้ชายควรจะหลั่งเลือดไม่หลั่งน้ำตา
สวี่ไป๋อวิ๋นกอดอก มองฉันอย่างเย็นชา “นายไม่กลัวเหรอ ถ้านายต้องโทษอีกสักสองสามปี ออกมาก็อายุยี่สิบสี่ห้าแล้ว วัยหนุ่มที่ดีงามของนายก็จะต้องเสียไปอยู่ในนั้นอย่างนั้นเหรอ”
“วันนี้นายใจร้อน ต้องโทษสามห้าปี พรุ่งนี้นายใจร้อนอีก ก็ต้องโทษอีกสี่ห้าปี...”
“ชีวิตนี้ของนายนี่จะตั้งใจใช้อยู่ในนั้นตลอดเลยรึไง”
ฉันก้มหน้าลง
ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เลย แต่ก็ต้องยอมรับว่า สิ่งที่สวี่ไป๋อวิ๋นพูดนั้นมีเหตุผล
สวี่ไป๋อวิ๋นเดินเข้ามา ตบไหล่ฉันเบา ๆ “ต่อจากนี้ไปเจอเรื่องอะไรก็อย่าใจร้อนนัก เข้าใจไหม”
“กับคนอื่น ฉันจะไม่ทำแล้ว แต่กับพี่... ใครกล้ารังแกพี่ ฉันก็ยังจะทำแบบนี้”
สวี่ไป๋อวิ๋นนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มตาหยีมองฉัน “ทำไมล่ะ พี่พิเศษสำหรับนายขนาดนั้นเลยเหรอ”
ฉันพยักหน้าโดยไม่ลังเล
เธอพิเศษมาก
ก็เพราะเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันอยากครอบครองอย่างบ้าคลั่ง
“น้องชายโง่ ไป เข้าไปกินข้าวกันเถอะ” สวี่ไป๋อวิ๋นจูงมือฉัน น้ำเสียงอ่อนลง
ฉันโกหกว่า “ฉันอยากไปห้องน้ำก่อน พี่เข้าไปก่อนเถอะ”
“ได้ งั้นนายรีบไปนะ”
สวี่ไป๋อวิ๋นกลับเข้าไปแล้ว
ส่วนฉัน ไม่ได้ไปห้องน้ำ แต่ไปหาชายเมาสองคนนั้น
พวกเขากำลังแบ่งเงินกันอย่างสนุกสนาน
เมื่อเห็นฉันปรากฏตัวขึ้น ชายสองคนนั้นก็ระแวดระวังขึ้นทันที
“ไอ้หนู แกยังกล้าโผล่มาเหรอ”
“เอาเงินหนึ่งหมื่นนั่นคืนฉันมา!”
มันเป็นความผิดสมควรได้รับของพวกเขาสองคน ทำไมต้องชดใช้ให้พวกเขาด้วย
ฉันยอมฟังคำของสวี่ไป๋อวิ๋น เพราะฉันรู้ว่า สวี่ไป๋อวิ๋นทำเพื่อฉัน
แต่ คนพึ่งพ้นโทษอย่างฉัน จะมารับความอัปยศนี้ไม่ได้!
“คืนให้แกเรอะ ฝันไปเถอะไอ้โง่”
“แขนฉันก็ถูกแกบิดหักแล้ว เงินหนึ่งหมื่นนี่ มันควรเป็นค่าชดเชยให้ฉัน”
ฉันไม่ชอบพูดมาก เดินเข้าไปตรง ๆ จับหัวของสองคนนั้นฟาดเข้าหากันอย่างแรง
ทั้งสองคนตาลายทันที หัว “อื้อ” ไปหมด
ฉันบอกพวกเขา “ถ้าไม่คืนเงิน จะหักแขนพวกแกให้หมด”
พวกเขาถูกท่าทางดุร้ายของฉันทำให้ตกใจกลัว และรู้ถึงความโหดเหี้ยมของฉันแล้ว ถ้าไม่ทำตามที่ฉันพูด ฉันก็จะหักแขนพวกเขาจริง ๆ
“คืน ข้าคืนเดี๋ยวนี้ เอารหัสรับเงินมาให้ข้า”
เมื่อกี้สวี่ไป๋อวิ๋นจ่ายเงินให้พวกเขาผ่านวีแชท
แต่ฉันไม่มีแม้แต่มือถือ
ต่อให้มี ฉันก็ไม่ให้พวกเขาใช้มือถือจ่ายเงินให้ฉันหรอก
ตอนอยู่ในนั้นหกปี ฉันไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการฝึกร่างกาย แต่ยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ด้วย
ฉันรู้ว่า ถ้าพวกเขาจ่ายผ่านมือถือ ก็จะทิ้งหลักฐานความผิดไว้ แล้วถึงตอนนั้นมาแจ้งข้อหาฉันกรรโชกทรัพย์อีก ฉันก็ต้องซวยแน่
ฉันให้พวกเขาเอาเงินสดให้ฉัน และเตือนพวกเขาว่าอย่าคิดแจ้งความฉัน
พวกเขารู้ว่าฉันเพิ่งพ้นโทษออกมาวันนี้ ตกใจจนแทบจะฉี่ราดกางเกง
หลังจากเอาเงินให้ฉันแล้ว ก็เผ่นหนีไปเลย
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ ฉันถึงได้กลับไปที่ร้านหม้อไฟ
สวี่ไป๋อวิ๋นคีบกับข้าวให้ฉันเต็มชามแล้ว
“เสี่ยวซาน เมื่อกี้นายไปทำอะไรมา นานจัง”
“ฉัน... ไปชักว่าวมา”