"ไม่เอา!"
เสน่ห์ของสวี่ไป๋อวิ๋นมีผลกับฉันมาก แต่ฉันไม่อยากลบหลู่เธอเพราะความต้องการทางกาย
ถ้าฉันอยากได้เธอจริง ๆ ต้องได้ใจเธอก่อน
"ฉันนวดให้นายดีกว่า จะได้บรรเทาลงหน่อย"
"คุณแน่ใจเหรอ?" ฉันมองสวี่ไป๋อวิ๋นด้วยแววตาที่ไม่สมกับวัย "ผมไม่เคยแตะต้องผู้หญิงมาก่อน ถ้าคุณแตะผม คุณคือผู้หญิงคนแรกของผม คุณกล้ารับผิดชอบผมไหม?"
สวี่ไป๋อวิ๋นอึ้งไปกับคำพูดของฉัน
อายุแค่ 21 แต่พูดจาเหมือนผู้ชายอายุ 31
โดยเฉพาะแววตาที่ฉันมองเธอ เต็มไปด้วยไฟที่ถูกกดทับไว้
สวี่ไป๋อวิ๋นรู้ตัวว่าเธอต้องรักษาระยะห่างจากฉัน อย่าให้ความคิดถึงของฉันพอกพูนในตัวเธอจนเกินควบคุม
เธอยิ้มพลางเคาะหัวฉันทีหนึ่ง เพื่อลบล้างความคิดที่ถูกกดมานานของฉัน "คิดอะไรอยู่ ฉันเป็นเพื่อนพี่สาวนายนะ ต้องเรียกฉันว่าพี่สาวสิ"
"มา เรียกพี่สาวให้ฟังหน่อย"
ฉันรู้ว่า สวี่ไป๋อวิ๋นกำลังใช้วิธีนี้บอกฉันว่า อย่าไปคิดอะไรเกินเลยกับเธอ
ในใจฉันรู้สึกห่อเหี่ยว
แต่ก็รู้ดีว่า ฉันกับเธอ เป็นไปไม่ได้จริง ๆ
ฉันก็แค่นักโทษพ้นโทษคนหนึ่ง
ส่วนสวี่ไป๋อวิ๋น เธอเป็นนักศึกษาหญิงมหาวิทยาลัยคนเดียวในหมู่บ้านเรา ทั้งอ่อนโยนและสวย
อนาคตของเธอต้องมีสีสันแน่
"พี่สาว" ฉันฝืนใจเรียกออกไป
สวี่ไป๋อวิ๋นยิ้มหวาน "จ้ะ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง ดีขึ้นไหม?"
"ดีขึ้นเยอะ"
"งั้นพี่เล่าเรื่องงานให้นายฟังนะ" เธอดึงฉันให้นั่งลงบนโซฟา
ฉันตกใจมาก "พี่ออกไปข้างนอกกลางคืน เพื่อเรื่องงานของผมเหรอ?"
"ก็ไม่เชิง เพื่อนพี่คนหนึ่งเพิ่งเปิดบริษัทไม้ประดับ เธอชวนพี่ไปดื่ม พี่คิดว่านายตอนนี้มีประวัติ หางานอื่นก็ยาก เลยจะบอกให้ลองไปทำที่เธอดู"
ฉันสงสัย "ทำไมไม่ให้ไปทำงานที่บริษัทพี่ล่ะ? เป็นยาม ขับรถ ทำงานหนักก็ได้ ยังไงผมก็สนิทกับพี่มากกว่า"
"ไม่ใช่ว่าไม่ให้นายไป… คือ…" สวี่ไป๋อวิ๋นลังเล ครุ่นคิดจะอธิบายให้ฉันฟัง "บอกนายอย่างนี้แล้วกัน บริษัทของหลี่เสี่ยวเยว่เป็นบริษัทใหม่ เพิ่งเริ่มต้น นายไปก็ก้าวหน้าได้ดี แถมไม่ค่อยมีเรื่องการแก่งแย่งชิงดี"
"ส่วนบริษัทพี่เต็มไปด้วยเส้นสายและผลประโยชน์ส่วนตัว นายมาอาจจะปรับตัวไม่ได้ แถมที่สำคัญ เสี่ยวเยว่รับปากจะให้เงินเดือนขั้นต่ำเดือนละห้าพัน ถ้านายทำได้ดี แค่ค่าคอมก็ได้ไม่น้อย"
สวี่ไป๋อวิ๋นพูดไว้แค่ครึ่งเดียว ยังมีอีกส่วนที่ซับซ้อน เธอไม่ได้บอกฉัน
ส่วนฉัน ตะลึงกับเงินเดือนนี้ไปเลย
หกปีในคุก โลกภายนอกมันเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
จำได้ว่าหกปีก่อนที่ฉันเข้ากรุงกับพ่อบุญธรรม ตอนนั้นเงินเดือนทั่วไปแค่สองพันกว่า
"พี่สาว ขอบคุณนะครับ"
เรื่องหางานที่ฉันกังวลมาตลอด สวี่ไป๋อวิ๋นช่วยฉันจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็เลยไม่มีอะไรต้องกังวลอีก
สวี่ไป๋อวิ๋นเริ่มมึนหัวอีกแล้ว เธอเท้าศีรษะพิงพนักโซฟา "เอาล่ะ ดึกมากแล้ว นายรีบไปพักเถอะ"
"พรุ่งนี้เช้าพี่จะพานายไปรายงานตัวที่เสี่ยวเยว่"
ฉันมองสวี่ไป๋อวิ๋นที่นอนฟุบบนโซฟา ดึงผ้าห่มคลุมตัวมั่ว ๆ แล้วถามอย่างสงสัย "พี่ไม่ไปนอนห้องเหรอ?"
"ไม่ล่ะ พี่ชอบนอนห้องนั่งเล่น"
เธอดูอ่อนเพลียมาก
ฉันไม่รบกวนเธออีก ลุกไปที่ห้องของตัวเอง
แต่ก็นอนไม่หลับไปอีกนาน
ในหัวเต็มไปด้วยคำถามของสวี่ไป๋อวิ๋นที่ว่า "ให้พี่นวดให้นายไหม?" ฉันคิดว่า ถ้าตอนนั้นไม่ปฏิเสธเธอ ตอนนี้จะเป็นยังไงนะ?
……
วันรุ่งขึ้น
ตอนฉันออกมาจากห้อง สวี่ไป๋อวิ๋นทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว
"เสี่ยวซานตื่นแล้ว รีบไปล้างหน้าแปรงฟัน เดี๋ยวค่อยกินข้าว"
ฉันฝืนความไม่สบายตัวไปห้องน้ำ อาบน้ำเย็นเสียก่อน
อยู่ที่นี่ดีทุกอย่าง เว้นแต่ว่าต้องเจอสวี่ไป๋อวิ๋นทุกวัน ได้แค่มอง ทำอะไรไม่ได้อีก มันทรมาน
โดยเฉพาะตอนเช้าวัยรุ่น ทรมานสุด ๆ
ล้างหน้าแปรงฟันง่าย ๆ เสร็จฉันก็ออกมา
สวี่ไป๋อวิ๋นเลื่อนแก้วสีขาวมาตรงหน้าฉัน "นี่นมของนาย นายกำลังโต ต้องกินของดีเยอะ ๆ"
ฉันยกนมในแก้วดื่มทีเดียวหมด
ท่าทางตะกละตะกลามนั้น ทำเอาสวี่ไป๋อวิ๋นมองตาโต
"พี่สาว มองอะไรเหรอ?"
"เปล่า ๆ รีบกินเถอะ"
สวี่ไป๋อวิ๋นแอบยิ้ม ไม่คิดว่าจะได้เห็นความงามแบบดิบ ๆ และพลังของวัยหนุ่มในตัวฉัน
ดีจัง
กินข้าวเสร็จ สวี่ไป๋อวิ๋นก็พาฉันไปรายงานตัว
นี่คือบริษัทเล็ก ๆ ชื่อ "เถิงฮุยลวี่จื๋อ" หน้าร้านไม่ใหญ่ เจ้าของรวมพนักงานไม่ถึงสิบคน
หลี่เสี่ยวเยว่เป็นเพื่อนสนิทของสวี่ไป๋อวิ๋น บริษัทไม้ประดับนี้เธอกับแฟน จ้าวฮ่าว เปิดด้วยกัน
หลังจากสวี่ไป๋อวิ๋นแนะนำเราให้รู้จักกันแล้ว เธอก็จับมือหลี่เสี่ยวเยว่ "เสี่ยวเยว่ ฝากเสี่ยวซานด้วยนะ ช่วยดูแลเขาดี ๆ"
หลี่เสี่ยวเยว่ยิ้มเจ้าเล่ห์ ตีก้นเด้ง ๆ ของสวี่ไป๋อวิ๋นทีหนึ่ง "เธอนี่นะ กินหญ้าอ่อน เด็กคนนี้ก็หล่อเกินไป"
สวี่ไป๋อวิ๋นขึงตาใส่ "พูดจาไร้สาระอะไร นี่น้องชายของเพื่อนฉัน จ้าวชิงฮวา"
หลี่เสี่ยวเยว่ลดเสียงลง ล้อต่อ "น้องชายเพื่อนก็ดีสิ เนื้อจะได้ไม่ตกไปถึงคนอื่น ถ้าเธอไม่เอา ก็ยกให้ฉัน"
สวี่ไป๋อวิ๋นเคาะหัวเธอทีหนึ่ง "พูดอะไร กลัวจ้าวฮ่าวรู้แล้วหึงเหรอ?"
หลี่เสี่ยวเยว่อดกลอกตาไม่ได้ "อย่าพูดถึงเขาเลย"
"มีอะไร?"
หลี่เสี่ยวเยว่กระซิบข้างหูสวี่ไป๋อวิ๋น "จ้าวฮ่าวนี่แย่ลงเรื่อย ๆ เลยนะ ฉันลังเลว่าจะแต่งกับเขาดีไหม"
สวี่ไป๋อวิ๋นตกใจ "ไม่จริงน่า จ้าวฮ่าวเพิ่ง 27 เองนะ กำลังหนุ่มแน่นพอดี"
หลี่เสี่ยวเยว่ยิ้มแห้ง "ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน 27 เองยังงี้ ดูดีแต่ใช้ไม่ได้จริง นังโง่จริง ๆ"
ทั้งคู่หัวเราะกัน
สวี่ไป๋อวิ๋นกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่เห็นฉันเดินมา จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง "เสี่ยวเยว่ ฝากคนไว้แล้วนะ ฉันกลับก่อน"
"ไปเถอะ ๆ" หลี่เสี่ยวเยว่โบกมือ สายตายิ้ม ๆ มองสำรวจฉัน
เด็กจัง! กำยำจริง!
ชวนให้ใจเต้นจริง ๆ
"คุณนาย ทำงานอะไรครับ?" ฉันถามอย่างสุภาพ
หลี่เสี่ยวเยว่กระแอมสองที เก็บอาการ "ตำแหน่งอื่นมีคนเต็มแล้ว นายตามฉันไปประสานงานแล้วกัน"
เธอตั้งใจ
กินไม่ได้ แต่ให้ตาสุขใจไม่ได้เหรอ?
ในใจฉันเต็มไปด้วยพลัง
ฉันต้องหาเงิน ต้องสร้างตัวให้ได้ ต้องตั้งหลักที่เป่ยเฉิงให้ได้
รอวันหนึ่งหาพ่อแม่แท้ ๆ เจอ ฉันจะบอกพวกเขาต่อหน้าว่า ตอนนั้นที่พวกเขาทิ้งฉันไป มันผิดมหันต์ขนาดไหน
หลี่เสี่ยวเยว่พาฉันมาที่รถเบนท์ลีย์ของเธอ ถามว่า "ขับรถเป็นไหม?"
ฉันส่ายหน้า
"โอ๊ย งั้นฉันต้องขับให้นายอีกเนี่ยนะ?" หลี่เสี่ยวเยว่เอือมมาก
เธอให้ฉันไปนั่งที่เบาะผู้โดยสาร ส่วนเธอขึ้นนั่งที่คนขับ
"หาเวลาไปสอบใบขับขี่ซะ ฉันเป็นคุณนายนะ ไม่ใช่คนขับรถของนาย"
หลี่เสี่ยวเยว่คาดเข็มขัดนิรภัย พร้อมออกตัว เห็นสัญลักษณ์เตือนคาดเข็มขัดบนแผงหน้าปัด มองฉันหน้างง "นายไม่คาดเข็มขัด?"
"หา? คาดยังไง?"
เมื่อวานกลับมาจากคุก ฉันนั่งเบาะหลัง ไม่ได้คาดเข็มขัดเลย ฉันเลยไม่รู้ว่าต้องคาดเข้มขัดตอนนั่งรถ
"เวร!"
หลี่เสี่ยวเยว่สบถ ทั้งตัวโน้มเข้ามาช่วยฉันคาดเข็มขัด
ส่วนฉัน เมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มจากตัวเธอ ตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเลย