คนส่วนใหญ่ด้านล่างล้วนลอบสนับสนุนท่านอัน อย่างคำกล่าวที่ว่า ฟ้า ดิน กษัตริย์ บิดามารดา และอาจารย์ พวกเขาเป็นขุนนาง ย่อมควรช่วยแบ่งเบาความกังวลของฝ่าบาท
ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม
เซี่ยซวี่มองคนที่กำลังประชันคารมกันอย่างดุเดือด แต่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตนเองคือศูนย์กลางของหัวข้อสนทนา
เมื่อรู้ว่านางกำลังมอง เว่ยจั๋วก็กลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยลงคอ สีหน้าเย็นชาพลันอ่อนลง ก่อนจะเบือนหน้าไปสั่งนางกำนัลให้ยกน้ำแกงหวานมา นางกำนัลส่งถ้วยให้เขา เขาจึงยกไปให้เซี่ยซวี่ «ฝ่าบาท เสวยให้อุ่นพระวรกายเถิด»
เขามีรูปร่างสูงสง่า หล่อเหลาและเปี่ยมด้วยบารมีน่าเกรงขาม ท่วงท่าผึ่งผาย แม้แต่ตอนวางถ้วยลงยังหามุมได้พอดิบพอดี ทว่าต่อให้เขาส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้คนตาบอด เซี่ยซวี่ก็ไม่มีทางสังเกตเห็นรายละเอียดเหล่านี้อยู่ดี
พวกเขาเริ่มหารือเรื่องนี้กันเป็นครั้งที่สอง เซี่ยซวี่ใจลอยพลางจิบน้ำแกงหวานที่ยังมีไอร้อน จู่ ๆ ก็มีเสียงประหลาดใจดังขึ้นว่า
«ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นหรือ โฮสต์?»
ศูนย์สามห้าที่ดำมะเมื่อมราวกับก้อนถ่านกลับเข้ามาในมิติ เหมือนเพิ่งไปเก็บขยะกลับมา จึงไม่เข้าใจภาพตรงหน้าเลย
เซี่ยซวี่เห็นสภาพมันแล้วชะงักไป «ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ»
«ทำไมจู่ ๆ พวกเขาถึงจะเลือกพระสนมให้เธอล่ะ??»
«ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? ก็เร่งให้แต่งงานกันน่ะสิ ตั้งแต่โบราณมาก็เป็นแบบนี้»
น้ำแกงหวานมีกลิ่นหอมละมุนบอกไม่ถูก เซี่ยซวี่ก้มหน้าคนเบา ๆ อุ่นดีจริง ๆ
ศูนย์สามห้ามองเหล่าคนข้างล่างที่จ้องโฮสต์ของตัวเองตาเป็นมัน แล้วหันไปมองอ๋องผู้สำเร็จราชการฝ่ายกบฏที่ยืนอยู่ข้างโฮสต์ พวกนั้นต้องกำลังหมายตาบัลลังก์ของเธอแน่!
