เซี่ยซวี่ถอยห่างออกมา จึงสังเกตเห็นว่าเสียงที่เอ่ยขึ้นเป็นของโจวอวี้ฮุย อีกด้านยังมีซางซวี่อยู่ด้วย
พวกเขาสี่คนมายืนเฝ้าประตูอยู่ข้างนอกหรือไง?
แววเสียดายพาดผ่านดวงตาของโจวอวี้ฮุย เขาดึงมือกลับอย่างสงบนิ่ง กลิ่นหอมราวกับยังอบอวลอยู่ที่ปลายนิ้ว ตอนเห็นเธอขึ้นมาชั้นสอง พวกเขาต่างคาดหวังว่าเธอจะมาหาตัวเอง แต่เห็นได้ชัดว่าทุกคนคิดผิด
ส่วนพวกเขามารวมตัวกันได้อย่างไร คงพูดได้แค่ว่าต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง
“ซวี่ซวี่เห็นพวกเราแล้วดูตกใจจังนะ” ซางซวี่ยิ้มมุมปาก
ไม่อย่างนั้นแล้วจะให้ทำยังไง?
เซี่ยซวี่ไม่คิดจะสนใจคำพูดนั้น
ฉีจือหนานกับหยวนชิงหรานเดินเข้ามา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบหยวนชิงหราน สายตาจึงหยุดอยู่ที่เขานานขึ้นชั่วขณะ และได้รับรอยยิ้มตอบกลับมา
อีกสามคนเห็นแล้วก็รู้สึกขัดหูขัดตาขึ้นมาทันที
แต่หยวนชิงหรานไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย น้ำเสียงเป็นธรรมชาติราวกับรู้จักกันมานานแล้ว “ซวี่ซวี่มีคนที่ชอบหรือยัง?”
สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
แม้เขาจะเป็นคนที่รู้จักเธอช้าที่สุด
แต่ทำไมเขาถึงแข่งไม่ได้ล่ะ?
“...หา?” เซี่ยซวี่รู้สึกว่าหัวข้อสนทนากระโดดไปเร็วเหลือเกิน
“ลองพิจารณาฉันดูก็ได้นะ บางทีเธออาจเคยได้ยินเรื่องฉันมา นิสัยฉันดีกว่าพวกเขาทุกคน น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย”
เขาถึงกับเหยียบคนหนึ่งเพื่อยกยออีกคนต่อหน้ากันเลยทีเดียว
“นิสัยเจ้าชู้แบบนาย ดูยังไงก็ไม่เหมาะหรอกมั้ง?” เป็นอย่างที่คิด คำพูดของเขาทำให้ฉีจือหนานโต้กลับทันควัน
รู้อย่างนี้ก็น่าจะทำให้เขากลับมาไม่ได้เสียตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมีคู่แข่งเพิ่มอีกคน
หยวนชิงหรานไม่โกรธ “แผลบนหน้านายหายดีแล้วหรือยัง?”
ใช่แล้ว ตอนนี้หางตาของฉีจือหนานยังมีรอยช้ำสีคล้ำอยู่ เพียงแต่แสงสลัวในเวลานี้ทำให้มองไม่ค่อยเห็น พอหยวนชิงหรานพูดออกมา หางตาของฉีจือหนานก็เหลือบเห็นเซี่ยซวี่มองมา เขาจึงเดือดขึ้นมาทันที
