อารมณ์ของเขาดีขึ้นทันตา จึงสั่งพ่อบ้านว่า “ใส่กรอบแล้วเอาไปแขวนไว้ในห้องโถง”
พ่อบ้านรับคำ เขาอุ้มเซี่ยซวี่ขึ้นชั้นบน ส่วนพ่อลูกคู่นั้น เขาไม่ได้แม้แต่จะเอ่ยคำส่งแขกด้วยซ้ำ ปฏิบัติต่อพวกนั้นราวกับเป็นอากาศธาตุ เขาไม่เคยมีมารยาทต้อนรับแขกอยู่แล้ว
เมื่อเห็นเซี่ยซวี่กำลังจะขึ้นชั้นบน หลินเจาเหยี่ยซึ่งยังเป็นเด็กอายุแค่ 5 ขวบก็ร้องไห้จ้าออกมา
“น้องสาว อย่าไป!”
หลินหยุนโจวกลัวเขาจะทำเรื่องโง่ ๆ อีก อีกอย่างเสียงร้องไห้ก็น่ารำคาญ จึงห้ามไว้ “หยุดร้องได้แล้ว กลับบ้านกัน”
เขาคิดในใจว่า คราวหน้าจะไม่ให้หลินเจาเหยี่ยมาอีกแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะยังมาได้ไหม
หลินเจาเหยี่ยร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม “ที่บ้านไม่มีน้องสาว ทำไมน้องสาวทั้ง 4 คนของผมถึงเป็นผู้ชายหมดเลย ผมไม่เอาน้องสาวผู้ชาย!”
ให้ตายสิ นั่นมันน้องชายต่างหาก!
ถึงจะเป็นลูกพี่ลูกน้อง ไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ ก็เรียกเด็กคนนั้นว่าน้องสาวผู้ชายไม่ได้หรอก
เสียงหัวเราะกลั้น ๆ ของเหล่าคนรับใช้ดังขึ้นไม่ขาดสาย หลินหยุนโจวอับอายจนหน้าแทบมุดดิน จึงช้อนตัวเขาขึ้นแล้วรีบเดินจากไป
หลังเกิดเรื่องนี้ ฉินกวนหลานก็ปฏิเสธไม่ให้ใครมาหาที่บ้าน เขาเองยังใช้เวลาอยู่กับลูกสาวไม่มากพอเลย แล้วคนพวกนั้นเป็นใครกัน ถึงคิดว่าคู่ควรให้เธอเสียเวลาทำความรู้จักด้วย?
เที่ยงวันฟ้าแจ่มใส ด้านนอกมีการตั้งซุ้มบังแดดไว้ เซี่ยซวี่สวมหมวก นั่งตกปลาอยู่ริมทะเลสาบจำลอง ปีกหมวกทอดเงาลงบนใบหน้าขาวผ่องราวหยก
เธอถือคันเบ็ดที่ทำให้เล็กเป็นพิเศษ พูดก็พูดเถอะ พวกเขาไม่ได้ใส่เหยื่อด้วยซ้ำ จะตกปลาได้จริงหรือ?
