เผยเส้าไม่ได้สนใจเธอ
ต่างจากเขา สายตาของซางซวี่แทบจะเกาะติดเธอตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้อง
หลังหนังสือที่ตั้งอยู่ มีศีรษะเล็ก ๆ ปกคลุมด้วยเส้นผมนุ่มฟูโผล่ออกมา พร้อมดวงตากลมโตใสกระจ่างคู่หนึ่ง ซางซวี่ยังไม่ทันได้คาดหวัง เธอก็ก้มหน้าลงเสียก่อน
“อะไร บริษัทตระกูลเผยไปไม่รอดแล้วหรือไง ถึงคิดจะมาพึ่งบริษัทฉิน?” ฉินกวนหลานไม่เห็นเผยเส้าอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย จึงไม่คิดรักษามารยาท แถมยังพูดเยาะเย้ยอย่างสะใจ
ถึงไม่ใส่ใจ เขาก็รู้ว่าช่วงนี้บริษัทเผยกำลังลำบาก มุมปากของเผยเส้าจึงกดลงเล็กน้อย
“บริษัทสบายดี ไม่ต้องให้คุณมาห่วง” เขาเลิกเสแสร้ง เดินเข้าไปด้านในอย่างสบาย ๆ ราวกับเป็นห้องทำงานของตัวเอง ก่อนจะย้อนใส่ “แต่ฉันเห็นว่าบริษัทฉินบริหารงานแข็งทื่อเหลือเกิน ระวังวันไหนพนักงานจะลาออกกันหมดเพราะทนไม่ไหว”
คำพูดนั้นไม่ระคายฉินกวนหลานแม้แต่น้อย “ลาออกก็รับคนใหม่สิ อย่างน้อยก็ดีกว่าบริษัทล้มละลายละกัน”
เขาลุกขึ้นยืนพอดี ขวางเผยเส้าที่กำลังจะเดินไปทางโซฟาไว้ แล้วจิ๊ปาก “ใครบอกให้นั่งตรงนี้?”
เผยเส้าหยุดฝีเท้า เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไม่ไว้หน้ากันขนาดนี้ “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้มั้ง ฉินกวนหลาน?”
ซางซวี่เองก็หยุดฝีเท้าตามไปด้วย เขาก้มตามองระยะห่างที่ไม่ได้ใกล้หรือไกลเกินไป ใจอยากเข้าใกล้เธออีกสักนิด
