ขณะนี้เซี่ยซวี่ซึ่งกำลังถูกทรมานอยู่ในจินตนาการนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้าน มองอ๋องผู้สำเร็จราชการที่วางอำนาจอยู่ริมหน้าต่างถอดเสื้อตัวนอก แล้วไปรดน้ำดอกไม้นอกลาน
จู่ ๆ ก็มารดน้ำดอกไม้ หมายความว่าอย่างไรกัน?
ขันทีใหญ่กลับยินดีที่ได้เห็นเช่นนี้ ฝ่าบาทกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หากอ๋องผู้สำเร็จราชการเปลี่ยนท่าทีไปในทางที่ดี ฝ่าบาทก็คงจะสุขสบายขึ้นบ้าง ในใจเขาจึงเกิดความหวังขึ้นมา
เซี่ยซวี่เองก็เกิดความหวังเช่นกัน หากเขาวางยาพิษลงในน้ำที่ใช้รดดอกไม้ก็คงดี นางจะได้ดมแล้วตายไปเสียเลย
โดยเฉพาะตอนที่เขาเรียกหมอหลวงหลิ่วไว้ ทั้งสองมองมาทางนางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปกระซิบหารือกัน
นางจึงแสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้นอย่างรู้งาน
ด้านนอก เว่ยจั๋วพิจารณาหมอหลวงหลิ่ว เห็นอีกฝ่ายชราภาพมากแล้ว จึงค่อย ๆ เอ่ยถามว่า “ท่านมาทุกวันเลยหรือ?”
หมอหลวงหลิ่วไม่คิดว่าวันนี้จะถูกเขาจับได้คาหนังคาเขา จึงใจหายวาบ รีบประสานมือค้อมกายตอบว่า “พ่ะย่ะค่ะ” ไม่กล้าทำพลาดแม้แต่น้อย
เขาแอบมองเว่ยจั๋ว “กระหม่อมเป็นฝ่ายอาสาช่วยดูแลพระวรกายฝ่าบาทเอง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
เว่ยจั๋วไม่ได้พูดอะไร กลับรู้สึกสงสารขึ้นมา เมื่อนึกว่าแต่ก่อนนางใช้ชีวิตอยู่ในวังอย่างไร คงไม่สู้ดีนัก หากเขาใส่ใจนางเร็วกว่านี้ก็คงดี เขาสั่งว่า “ขาดเหลือสิ่งใดก็ให้คนไปเอาที่จวนอ๋อง หากที่จวนไม่มี ข้าจะไปหาให้เอง”
หมอหลวงหลิ่วพยักหน้า แล้วตอบรับอีกครั้งว่า “พ่ะย่ะค่ะ”
“ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าฝ่าบาทชอบอะไร?” เว่ยจั๋วถาม
หมอหลวงหลิ่วไม่ตอบ กลับถามว่า “ความชอบของคนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เหตุใดท่านอ๋องไม่ถามฝ่าบาทด้วยตนเองเล่าพ่ะย่ะค่ะ?”
