เจิ้งจู๋เฟิงหันไปขอโทษคนอื่น ๆ “ขอโทษนะ เธอค่อนข้างควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้”
จากนั้นก็หันมาตำหนิเย่อู้ “เสี่ยวอู้ เลิกวุ่นวายได้ไหม เราเลิกกันด้วยดีแล้ว เธอก็อย่ามาตามตื๊อฉันอีกเลย รีบกลับไปเถอะ อย่ามาทำให้ตัวเองขายหน้าเลย”
ภายนอกทำเหมือนหวังดีต่อเธอ แต่ความจริงพูดให้คนอื่นฟังต่างหาก
บางคนที่ชอบดูเรื่องสนุก มองเธอด้วยสายตาตำหนิราวกับเธอเป็นพวกตามตื๊อผู้ชายไม่เลิก ทั้งยังชี้ไม้ชี้มือซุบซิบกัน
สายตาของพวกเขาทำให้สมองของเย่อู้ว่างเปล่า ชาติก่อนก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน เธอไม่รู้ว่าควรพูดอะไรในชั่วขณะนั้น
เธอไม่คิดจะยืดเยื้อ จึงเดินตรงเข้าไปด้านใน เจิ้งจู๋เฟิงขมวดคิ้วแล้วคว้าเธอไว้ “บอกให้กลับไปแล้ว ทำไมไม่ฟังกันบ้าง?”
เมื่อถูกสัมผัสตัว เย่อู้ก็ขนลุกซู่ เธอสะบัดมือเขาออกอย่างแรง “ไปให้พ้น!”
เจิ้งจู๋เฟิงเสียหน้าต่อหน้าคนอื่น สีหน้าคล้ำลงวูบหนึ่ง ก่อนจะแสดงสีหน้าราวกับคาดไว้แล้ว “เห็นไหม เสี่ยวอู้ เธอควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อีกแล้ว”
เสแสร้งจนชวนคลื่นไส้
เสียงวิจารณ์ข้าง ๆ ดูเหมือนจะดังขึ้นกว่าเดิม เย่อู้มึนงงจนแทบยืนไม่อยู่ ไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว
เธอผลักเจิ้งจู๋เฟิงออกแล้ววิ่งหนีไปทันที แม้คนจำนวนมากจะเลิกสนใจหลังจากได้ดูเรื่องสนุกจนพอใจแล้ว แต่เย่อู้ก็ยังรู้สึกว่าสายตาของทุกคนตามติดเธอไม่ห่าง เธอวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง ก่อนจะหลบเข้าไปในห้องน้ำ
ข้างในเงียบสงัด เธอนั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุม ซุกหน้าไว้ในข้อพับแขนเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย แล้วอดสั่นสะอื้นไม่ได้
