“ขอโทษนะ รถเสีย วันนี้มีรถไปเมืองซวงแค่เที่ยวเดียว พวกคุณคงต้องพักที่นี่สักคืนแล้วล่ะ”
รถโดยสารเก่าจอดอยู่ริมทางอันว่างเปล่า คนขับวัยกลางคนตรวจดูสภาพรถ ก่อนเดินขึ้นมาขอโทษผู้โดยสารด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
ในรถมีผู้โดยสารอยู่เพียงเจ็ดแปดคน ทุกคนคงรู้ว่าเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงบ่นกันอยู่สองสามคำแล้วลงจากรถ
ท่ามกลางเสียงเหล่านั้น มีเสียงผู้หญิงแผ่วเบาคอยปลอบคนขับ เพราะรถเสียไม่ใช่ความผิดของเขา หลังบอกลาคนขับ เธอก็หันมาสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว
เมืองอวิ๋นเฉิง เป็นสถานที่ที่เธอไม่คุ้นเคยเลย
ถนนลาดยางแตกร้าวเป็นตาข่าย ต้นไม้แห้งริมทางส่งเสียงซ่า ๆ ยามใบร่วงหล่น ลมพัดที ใบไม้ก็ปลิวกลิ้งห่างออกไปไกล แม้แต่นกสักตัวที่แวะพักก็ยังไม่มี ดูแล้วไม่ค่อยเจริญนัก ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น หากมุ่งหน้าไปทางตะวันตกอีกหน่อยก็จะถึงเขตนอกประเทศ
หลี่จือถงรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่แสดงออก ข้อนิ้วที่กำโทรศัพท์ไว้ซีดขาว
ในสถานที่แปลกหน้าแห่งนี้ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่ได้ดูซื่อ ๆ เลยแม้แต่น้อย สายตาที่ใช้มองเธอยังน่าขนลุกอย่างยิ่ง
เธอรู้สึกอยู่เสมอว่ามีอันตรายบางอย่างรออยู่ข้างหน้า
นั่งรถโดยสารมานานกว่าสิบชั่วโมง เซี่ยซวี่นอนไม่ค่อยหลับ พอลงจากรถก็ยังงัวเงียอยู่
ชายกระโปรงที่ตัดเย็บพอดีตัวม้วนงอขึ้นเล็กน้อย เพียงกวาดตามองผ่าน ๆ ก็เห็นเค้าความบอบบางราวกิ่งหลิวต้องลม น่าเสียดายที่เสื้อตัวนอกคลุมเอวบาง ๆ ของเธอเอาไว้
