【จุดเช็กอินของชาวโลก!】
【จุดเช็กอินของมนุษย์ต่างดาว!】
กลางลานกว้างที่ปกคลุมด้วยหิมะ มีช่องทางเคลื่อนย้ายขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตรตั้งตระหง่านอยู่เงียบ ๆ รูปร่างราวกับหลุมดำ
เบื้องหน้าช่องทางเคลื่อนย้าย ผู้คนจำนวนมากกำลังต่อแถวเดินเข้าไปอย่างเป็นระเบียบ...
ในแถว มือเล็ก ๆ ข้างหนึ่งกระตุกชายแขนเสื้อของจางเจ๋ออวี่เบา ๆ
เขาหันไปมอง
เด็กหญิงวัยสองสามขวบหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา ดวงตาคู่โตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ กำลังอยู่ในอ้อมแขนของเด็กสาววัย 14 ปี
เด็กหญิงตัวน้อยชื่อจางเหยา เป็นลูกสาวของจางเจ๋ออวี่ในชาตินี้
ส่วนคนที่อุ้มเด็กอยู่ก็คือจางฉิน น้องสาวแท้ ๆ ของเขาในชาตินี้
“พ่อ ต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะ! เหยาเหยาไม่อยากให้พ่อตาย!”
เสียงอ่อนหวานของเด็กหญิงทำให้หางตาของจางเจ๋ออวี่ชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
“พี่ ต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะ อีก 10 วันฉันกับเหยาเหยาจะรอพี่กลับบ้านอยู่ที่นี่” จางฉินน้องสาวกำชับเขาเช่นกัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางเจ๋ออวี่ก็ลูบผมน้องสาวด้วยอารมณ์ซับซ้อน ก่อนพยักหน้าและตอบอย่างหนักแน่นว่า “วางใจเถอะ พี่ต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน”
ในเวลานี้ จางเจ๋ออวี่รู้สึกหนักอึ้งในใจ
ไม่นานมานี้เอง เขาเพิ่งตื่นความทรงจำจากชาติก่อนในฐานะชาวโลก
เรื่องราวในชาติก่อนเอาไว้ก่อน แต่ในชาตินี้ เขาใช้ชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าดาวน้ำเงิน
ดาวน้ำเงินเป็นโลกยุคโบราณที่คล้ายกับสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง
เมื่อกว่าร้อยปีก่อน มหันตภัยน้ำแข็งปกคลุมทั่วโลกมาเยือน เสบียงอาหารร่อยหรออย่างรวดเร็ว ประชากรนับหมื่นล้านทั่วดาวน้ำเงินลดฮวบลงในเวลาไม่นาน
ขณะที่มนุษยชาติกำลังใกล้สูญพันธุ์ ปาฏิหาริย์ก็ปรากฏขึ้น
ทุกแห่งบนดาวน้ำเงินที่มีผู้คนรวมตัวกันเกิน 100 คน ล้วนมีช่องทางเคลื่อนย้ายปรากฏขึ้น
ผู้ที่มีอายุครบ 20 ปีสามารถเดินทางผ่านช่องทางเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่เรียกว่าทวีปฝ่าหม่า และกลับมาได้ทุก ๆ 10 วัน
บนทวีปฝ่าหม่า พวกเขาสามารถหาอาหารได้เป็นจำนวนมาก
หลังจากคนกลุ่มแรกที่เข้าไปในทวีปฝ่าหม่าแบกอาหารจำนวนมากกลับมา ประชากรบนดาวน้ำเงินก็รอดพ้นจากวิกฤตสูญพันธุ์ และค่อย ๆ ฟื้นตัว จนปัจจุบันซึ่งผ่านมากว่าร้อยปี มีจำนวนคงที่อยู่ที่ราว 2,000 ล้านคน
แต่ทวีปฝ่าหม่าเองก็อันตรายมาก พ่อแม่ของจางเจ๋ออวี่ในชาตินี้ต่างเสียชีวิตอยู่ในทวีปฝ่าหม่า
จากความทรงจำในชาตินี้ เขาแต่งงานตอนอายุ 16 ปี
เพราะราชสำนักกำหนดให้ทุกคนต้องแต่งงานและมีลูกเมื่ออายุครบ 16 ปี เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์
ตอนอายุ 17 ปี ภรรยาของเขาคลอดลูกสาวให้หนึ่งคน
แต่ในปีเดียวกัน พ่อของเขากลับเสียชีวิตในทวีปฝ่าหม่า นับแต่นั้นครอบครัวก็ขาดเสาหลัก
ตอนอายุ 18 ปี ภรรยาของเขาหนีตามชายอื่นไป ค่าใช้จ่ายในครอบครัวจึงตกเป็นภาระของแม่เพียงคนเดียว ซึ่งดิ้นรนหาเลี้ยงชีพในเกม
เมื่ออายุ 20 ปี หรือก็คือเดือนก่อน แม่ของเขาก็เสียชีวิตในเกมเช่นกัน
ตอนนี้ครอบครัวของเขาเหลือเพียงน้องสาวกับลูกสาวเท่านั้น
พ่อแม่จากไปแล้ว และเขาก็อายุครบ 20 ปี ตอนนี้ถึงคราวที่เขาต้องแบกรับความรับผิดชอบของทั้งครอบครัว
จางเจ๋ออวี่เดินตามแถวไปข้างหน้า ไม่นานก็เหยียบเข้าไปในช่องทางเคลื่อนย้าย เขารู้สึกเพียงว่าตรงหน้ามืดวูบ ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นในห้องหินแห่งหนึ่ง
ภายในห้องหินมีรูปปั้นสามรูปตั้งอยู่ รูปหนึ่งเป็นนักรบถือดาบเล่มใหญ่ รูปหนึ่งเป็นนักเวทถือคทาบิดเกลียว และอีกรูปเป็นนักพรตถือพัด
【แจ้งเตือนฝ่าหม่า: ยินดีต้อนรับสู่ทวีปฝ่าหม่า เขต 1134 โปรดเลือกอาชีพ ผู้ที่ถูกเลือกสามารถเลือกได้ระหว่างนักรบ นักพรต และนักเวท】
“นี่มันเกมตำนานไม่ใช่เหรอ?”
เมื่อได้ยินคำแจ้งเตือนจากฝ่าหม่า จางเจ๋ออวี่ก็นึกถึงเกมชื่อเกมตำนานที่เคยเล่นบนโลกในชาติก่อนขึ้นมาทันที
เพียงแต่ในเกมตำนานมีทวีปหม่าฝ่า ไม่ใช่ทวีปฝ่าหม่า
แต่ไม่ว่าทวีปไหน ตอนนี้เขาก็ต้องเลือกอาชีพก่อน
ชาตินี้เขาเรียนรู้เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับทวีปฝ่าหม่า ผู้คนข้างนอกต่างบอกเขาว่าเมื่อเข้าไปในทวีปฝ่าหม่าแล้ว ต้องเลือกอาชีพนักรบ เพราะนักรบมีพลังชีวิตสูง
ด้วยเหตุนี้ นักรบจึงมีสัดส่วนถึง 99 เปอร์เซ็นต์ของผู้เล่นทั้งหมดในทวีปฝ่าหม่า
สาเหตุที่คนเลือกอาชีพนี้กันก็เพราะ ตอนนี้ผู้เล่นที่มีเลเวลสูงที่สุดในหมู่มนุษย์ยังอยู่แค่เลเวล 6 ในช่วงนี้นักรบได้เปรียบกว่านักเวทและนักพรตอย่างเห็นได้ชัด
แล้วทำไมเลเวลสูงสุดถึงมีแค่ 6? จางเจ๋ออวี่เชื่อมโยงกับความทรงจำในชาตินี้ และเข้าใจสาเหตุได้อย่างรวดเร็ว
นั่นก็เพราะทวีปฝ่าหม่าแตกต่างจากเกมตำนานโดยสิ้นเชิง
มอนสเตอร์ในทวีปฝ่าหม่ามีพลังโจมตีและพลังชีวิตสูงกว่าในเกมตำนานถึง 10 เท่าขึ้นไป
อย่างเช่นมอนสเตอร์ไก่ในเกมตำนาน มีพลังโจมตี 1-1 แต่ในทวีปฝ่าหม่ากลับกลายเป็น 10-10 ส่วนพลังชีวิตก็สูงถึง 50 หน่วย
ต่อให้ฆ่ามอนสเตอร์ที่เก่งขนาดนี้ได้ ก็ยังได้ค่าประสบการณ์เพียง 5 หน่วย แถมค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการเพิ่มเลเวลแต่ละครั้งยังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
ถ้าเลเวลถึง 4 แล้วยังฆ่าไก่อยู่ ก็จะไม่ได้ค่าประสบการณ์แม้แต่หน่วยเดียว
คนที่เพิ่งเข้าไปในทวีปฝ่าหม่า ต่อให้เป็นนักรบก็มีพลังชีวิตแค่ 19 หน่วย เมื่อโดนไก่โจมตี แค่สองสามครั้งก็ถึงตาย
ดังนั้นถ้าอยากฆ่าไก่ ก็ต้องรวมกลุ่มกัน
ส่วนกวางมีพลังโจมตีสูงถึง 20-40 หน่วย แทบจะสังหารนักรบเลเวล 4 ที่มีพลังชีวิต 37 หน่วยได้ในครั้งเดียว
นักเวทเลเวล 10 ที่มีพลังชีวิตเพียง 39 หน่วยก็จะถูกกวางสังหารได้เช่นกัน
แน่นอนว่าเป็นกรณีที่นักเวทไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกัน
มีเพียงนักรบเลเวล 5 ที่มีพลังชีวิต 44 หน่วยเท่านั้นที่พอจะทนการโจมตีของกวางได้หนึ่งครั้ง แต่ครั้งที่สองก็จะถูกฆ่าตาย
ยิ่งไปกว่านั้น การตายในทวีปฝ่าหม่าก็เหมือนกับการตายบนดาวน้ำเงิน ตายแล้วก็คือตาย ไม่มีทางฟื้นคืนชีพได้
ด้วยเหตุนี้ ผู้เล่นส่วนใหญ่จึงเลือกเล่นเป็นนักรบเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง จากนั้นก็ฆ่าไก่ไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาเนื้อไก่มาเป็นอาหาร
“จะเลือกนักรบดีไหมนะ?” จางเจ๋ออวี่ลังเลเล็กน้อย
จากประสบการณ์ในเกมตำนาน นักรบเก่งมากจริง ๆ ในช่วงต้นเกม แต่พอเลเวลถึง 7 นักเวทก็จะเรียนสกิลบอลไฟได้ ส่วนนักพรตก็เรียนสกิลรักษาได้
ถ้านักเวทเลเวล 7 เรียนสกิลบอลไฟแล้ว ก็ใช่ว่าจะล่ามอนสเตอร์อย่างกวางไม่ได้
แต่ถ้าเลือกนักเวท เขาอาจไม่มีโอกาสเพิ่มเลเวลถึง 7
ขณะที่จางเจ๋ออวี่กำลังลังเล จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว
【ตรวจพบว่าผู้ข้ามภพจากโลกตื่นความทรงจำชาติก่อน กำลังรับพรจากวิถีสวรรค์แห่งโลก... พรจะสร้างความสามารถที่เหมาะสมตามความต้องการเพื่อเอาชีวิตรอดของผู้ข้ามภพ】
【รับพรจากวิถีสวรรค์เสร็จสิ้น ผู้ข้ามภพจะได้รับความสามารถในการหลอมรวมอาวุธและอุปกรณ์】
ชั่วพริบตา ข้อมูลมากมายก็ปรากฏขึ้นในสมองของจางเจ๋ออวี่
หลังจากทำความเข้าใจข้อมูลแล้ว จางเจ๋ออวี่ก็รู้ได้อย่างรวดเร็วว่าความสามารถในการหลอมรวมอาวุธและอุปกรณ์นั้นทรงพลังเพียงใด
ตัวอย่างเช่น เมื่อเข้าไปในทวีปฝ่าหม่า เขาสามารถนำอุปกรณ์สองชิ้นที่เหมือนกันมาหลอมรวมเป็นชิ้นเดียว ซึ่งมีค่าสถานะแข็งแกร่งกว่าเดิม
จากนั้นทุกครั้งที่เลเวลของเขาเพิ่มถึง 5, 10, 15... ก็จะสามารถหลอมรวมอุปกรณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้อีก
อย่างเช่นดาบไม้สำหรับผู้เล่นใหม่ในเกมตำนาน มีพลังโจมตี 2-5 เมื่อนำไปหลอมรวมหนึ่งครั้งก็จะกลายเป็น 4-10
ถ้าหลอมรวมสองครั้งก็จะกลายเป็น 8-20
แล้วถ้าหลอมรวมสามครั้งล่ะ? พลังโจมตีจะสูงถึง 16-40 เลยทีเดียว
หลังจากนั้นทุกครั้งที่หลอมรวม พลังโจมตีก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว
“ขอบคุณนะ แม่ธรณี! แม่ธรณีดีกับผมเหลือเกิน”
จางเจ๋ออวี่รีบกล่าวขอบคุณแม่ธรณีอยู่พักหนึ่ง
ในเมื่อมีความสามารถหลอมรวมอุปกรณ์แล้ว ตัวเลือกของจางเจ๋ออวี่ก็มีมากขึ้น
