“สวัสดีค่ะ ที่นี่คือศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉินหมายเลข 110 ถนนกวงฮุย ไม่ทราบว่าคุณประสบปัญหาอะไรคะ”
“ฮือ ๆ ... คุณตำรวจ ช่วยฉันด้วย... ช่วยฉันด้วย!”
“คุณผู้หญิงคะ หายใจลึก ๆ ก่อนนะคะ แล้วเล่าให้ฟังว่าทางนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
“ผ...ผัวฉัน เขาไม่ปกติ เขา... เขาถูกผีสิง!”
ปลายสายมีเสียงหายใจอย่างพยายามข่มกลั้นของหญิงสาว เธอจงใจลดเสียงลงต่ำ ราวกับกำลังซ่อนตัวอยู่ในที่ปิดมิดชิด พลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าคนข้างนอกจะได้ยินเสียง
“คุณผู้หญิงคะ ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ โลกนี้ไม่มีผีหรอกค่ะ คุณอาจเครียดมากเกินไปในช่วงนี้...”
“ไม่! ไม่ใช่นะคะ คุณตำรวจ! ฉันพูดความจริง!”
“ตั้งแต่... ตั้งแต่ได้รับจดหมายรักฉบับนั้น สิ่งนั้นก็ตามเขากลับบ้านมาด้วย!”
“รีบมาช่วยฉันทีนะคะ! ฉันกลัวมาก ฮือ ๆ ๆ~~”
“ได้ค่ะคุณผู้หญิง ใจเย็นก่อนนะคะ กรุณาบอกที่อยู่ด้วยค่ะ ฉันจะให้เพื่อนร่วมงานรีบไปเดี๋ยวนี้”
“ฉันอยู่หมู่บ้านอานซิน ตึก 18 ห้อง 1806 ค่ะ”
“ได้ค่ะ เราส่งเจ้าหน้าที่ไปแล้ว ตอนนี้คุณต้องดูแลตัวเองให้ดี หาที่ซ่อนตัวไว้ก่อนจะดีที่สุด พยายามอย่าเผชิญหน้ากับสามีโดยตรงนะคะ...”
“คุณตำรวจ คุณกำลังจะวางสายใช่ไหมคะ ขอร้องล่ะ อย่าวางสายนะ!”
“คุณผู้หญิงคะ ฉันยังอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณจนกว่าจะแน่ใจว่าคุณปลอดภัย”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณตำรวจ ฉัน... ฉันกลัวจริง ๆ ถ้ารู้ว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ ตอนนั้นฉันน่าจะเอาจดหมายรักฉบับนั้นไปทิ้งที่วัดตั้งแต่แรก...”
“คุณผู้หญิงคะ คุณพูดถึง... จดหมายรักเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ! ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นพนักงานฝึกงานใต้บังคับบัญชาของสามีที่เอาไปใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อเขา ฉันถึงกับทะเลาะกับเขาใหญ่โต แต่พอดูกลับพบว่าลายมือไม่เหมือนกันเลยสักนิด”
“สามีฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน ช่วงนี้เขาก็ไม่ได้ติดต่อกับลูกค้าผู้หญิงคนไหน ไม่มีทางมีใครเอามาใส่ไว้ได้ เหมือนจู่ ๆ มันก็โผล่มาจากอากาศ...”
“พอเจอเข้า เราก็โยนมันทิ้งถังขยะทันที แต่... แต่มันกลับมาเองได้ ตอนแรกอยู่ในกระเป๋าสามีฉัน แล้วก็ไปโผล่ในกระเป๋าฉัน บนโต๊ะเครื่องแป้ง บนหมอน ไม่ว่าจะเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน สุดท้ายมันก็กลับมาหาเรา...”
“ฮือ ๆ ... ทำไมมันถึงตามรังควานพวกเราด้วยคะ”
“คุณผู้หญิงคะ ใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกนะคะ”
“คุณไม่รู้หรอกค่ะ ตอนแรกสามีฉันยังปกติดี แต่พอคืนนี้กลับเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน กลางวันก็ไม่ออกจากบ้าน เอาแต่หลบอยู่ในบ้าน นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งของฉัน เขียนคิ้ว ทาแป้ง ทาลิปสติก...”
“เขาต้องถูกสิ่งสกปรกนั่นสิงแน่ ๆ!”
“...คุณผู้หญิงคะ เราต้องเชื่อวิทยาศาสตร์นะคะ บางทีสามีคุณอาจเครียดมากเกินไป จนมีปัญหาทางจิตในช่วงนี้...”
ฮือ ๆ ๆ~~
ซ่า... ซ่า...
ราวกับมีใครเปิดโทรทัศน์เก่าคร่ำครึเครื่องหนึ่งขึ้นมา เสียงงิ้วอันเศร้าสร้อยพลันดังขึ้น คลอไปกับเสียงคร่ำครวญแผ่วเบาของหญิงสาว เล็ดลอดผ่านไมโครโฟนเข้ามาทีละริ้ว ๆ —
“หมอกควันแปรผันยากหยั่งใจคน ความคิดถึงทีละน้อยกลายเป็นธุลี~
กลางลมหนาวหิมะโปรย ช่วยหวังขุยเคียงข้าง อ่านหนังสือกับเขาทุกคืนจนยามสาม~
ต่อหน้าเทพจุดธูปสาบาน สุขทุกข์เป็นตายร่วมชะตา~
ใครจะคิด พอสอบได้เพียงครั้งเดียวกลับลืมรากเดิม ทอดทิ้งภรรยาแล้วแต่งใหม่~”
เจ้าหน้าที่รับสายหนาวสะท้านไปทั้งตัว
ปลายสาย เสียงของหญิงสาวพลันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก น้ำเสียงสั่นเครือ
“คุณตำรวจ! ได้ยินไหมคะ สามีฉัน... ไม่สิ สิ่งนั้น สิ่งนั้นกำลังร้องงิ้ว!”
“มันเดินมาแล้ว คุณตำรวจ! ช่วยฉันด้วย! รีบช่วยฉันเร็ว!”
“ไปให้พ้น! ไปให้พ้นนะ!”
“อ๊า!!!”
“ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด——”
“คุณผู้หญิง! คุณผู้หญิง! ได้ยินฉันไหมคะ ยังสบายดีหรือเปล่า!”
“...”
“เจ้าหน้าที่ที่ออกไปถึงไหนแล้ว”
“ถึงหมู่บ้านอานซินแล้วครับ”
“บอกให้รีบเข้าไป! เกิดเรื่องแล้ว!”
…………
หมู่บ้านอานซิน ตึก 18 ห้อง 1806
เมื่อตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุทราบว่าสถานการณ์เร่งด่วน จึงติดต่อช่างกุญแจให้มาเปิดประตู
ไฟสีขาวในบ้านสว่างจ้า ตำรวจสองนายเดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง เตรียมรับมือกับภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
พวกเขาเดินไปจนถึงหน้าห้องนอน
ประตูห้องนอนแง้มอยู่ แสงสีเหลืองอบอุ่นจากด้านในลอดผ่านช่องประตูออกมาให้เห็นราง ๆ
ทั้งสองสบตากัน ตำรวจอาวุโสคนหนึ่งก้าวไปข้างหน้า ก่อนถีบประตูเปิดผาง
ภาพภายในห้องทำให้ทั้งสองตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ชายคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มุมปากยังมีคราบเลือดสีแดงสด มือถือมีดกันคิ้ว ใช้มันหวีผมราวกับหวีเล่มหนึ่ง
หนึ่งครั้ง สองครั้ง...
ทุกครั้งที่หวี เส้นผมจำนวนมากพร้อมหนังศีรษะก็หลุดร่วงลงพื้นเป็นแผ่น ๆ ราวกับกำลังปอกเปลือกมันฝรั่ง
ข้างกายเขา หญิงสาวในชุดนอนสีขาวนอนอยู่บนพื้น ดวงตาเบิกกว้างเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว
ท้องของเธอเหมือนแตงโมที่ถูกคว้านไส้ เลือดไหลนองออกมาเป็นแอ่ง มือยังกำโทรศัพท์ไว้แน่น ไร้ซึ่งสัญญาณการเคลื่อนไหว
…………
“ได้ของถูกแล้วสิเนี่ย บ้านในย่านใจกลางเมือง แต่ค่าเช่าแค่พันเดียว”
ในย่านใจกลางเมืองที่ค่าเช่าเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 2,200 หยวน ห้องสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นราคา 1,000 หยวนนับว่าเป็นราคาถูกสุด ๆ หาแบบนี้ไม่ได้ง่าย ๆ ต่อให้ถือโคมเดินหาก็เถอะ
เฉินชวนหิ้วถังน้ำใบใหญ่ที่ซื้อจากชั้นล่างด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างกดรหัสเปิดประตู สิ่งที่เห็นคือห้องนอนสองห้อง ห้องนั่งเล่นหนึ่งห้อง ห้องครัวหนึ่งห้อง และห้องน้ำหนึ่งห้อง หากไม่นับพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่ใช้สอยจริงก็ราวหนึ่งร้อยตารางเมตร อยู่คนเดียวเหลือเฟือ
ตามที่พี่เจ้าของบ้านเล่า บ้านหลังนี้เพิ่งตกแต่งใหม่เมื่อห้าปีก่อน แต่เพราะไม่นานมานี้มีคนตายในบ้าน ทั้งยังมีเรื่องของสิ่งอัปมงคลเกิดขึ้น จึงปล่อยเช่าในราคาถูก
เฉินชวนไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้ ตั้งแต่เด็กเขาก็เป็นคนใจกล้า
จะว่าไป ถ้าพูดถึงคนตาย ตลอดห้าพันปีอันยาวนานของหัวเซี่ย มีผืนดินส่วนไหนบ้างที่ไม่เคยมีคนตาย?
ส่วนสิ่งสกปรกน่ะหรือ ตั้งแต่เด็กจนโตเขายังไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นเลยสักครั้ง จะต้องกลัวเจ้าสิ่งนี้ไปทำไม
เขาเปิดประตูเข้าไป
ภายในห้องมีกล่องกระดาษหลายใบสำหรับใส่ของ ทั้งหมดเป็นของที่เขาขนมาจากหอพัก เพื่อนร่วมหอที่ไปทำงานต่างเมืองยกเครื่องใช้ไฟฟ้ากับปลั๊กพ่วงที่ไม่ต้องการให้เขา จะได้ไม่ต้องซื้อใหม่
เพิ่งเรียนจบ ยังไม่มีรายได้ จะขอเงินค่าครองชีพจากทางบ้านอีกก็ไม่ดี ตรงไหนประหยัดได้ก็ต้องประหยัดให้มากที่สุด
เฉินชวนวางถังน้ำไว้ข้าง ๆ แล้วเริ่มตรวจนับข้าวของ
“หืม? นี่อะไร?”
บนกล่องกระดาษมีจดหมายสีเหลืองเก่าแผ่นหนึ่งวางอยู่นิ่ง ๆ กระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมเรียบร้อย มุมหนึ่งงอนขึ้นเล็กน้อย จากสีของมันดูเหมือนถูกเก็บไว้มาหลายปี บนนั้นมีตัวหนังสืออยู่หลายบรรทัด คล้ายบทกวี
เฉินชวนหยิบขึ้นมาดู
“จากกันคราใดแสงวันคล้อย เดือนปีเลื่อนผ่านเนิ่นนาน
สายลมเย็นยังชวนให้หวนนึกถึงวันพบพาน
ใต้แสงตะเกียงร่วมสนทนาเรื่องโลกา ใต้จันทราร่วมชมกิ่งหลิวนอกหน้าต่าง
แม้เมฆเขาหมื่นลี้ขวางกั้น ใจดวงนี้ไม่เคยแปรผันทั้งเช้าค่ำ
ชาตินี้ขอเป็นนกน้อยเคียงข้างเจ้า ทุกปีอยู่ร่วมกันไม่ห่างไกล”
ลงชื่อ: จางชุนเถา
เฉินชวนชะงักไปครู่หนึ่ง “นี่มัน... กลอนรักเหรอ?”
ตอนขนของเมื่อครู่เขาไม่เห็นจดหมายฉบับนี้ หรือว่ามันหล่นลงมาจากเพดาน?
เฉินชวนเงยหน้ามองเพดาน เห็นเพียงสีขาวโพลน ไม่มีอะไรเลย ไม่รู้ว่าจดหมายรักฉบับนี้ไปติดอยู่บนเพดานตั้งแต่เมื่อไหร่
“น่าจะเป็นของพี่เจ้าของบ้าน ไม่แน่อาจเป็นของแทนใจของเขากับภรรยาก็ได้ เก็บไว้ก่อน มีโอกาสค่อยเอาไปคืน”
เฉินชวนหยิบจดหมายขึ้นมา เปิดลิ้นชักใต้โทรทัศน์แล้วเก็บมันเข้าไป จากนั้นจึงจัดข้าวของของตัวเองต่อ
ของที่เขาขนมามีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าและสิ่งของที่ซื้อไว้ตลอดช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย ตอนจัดของเหล่านี้ ความทรงจำสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็ผุดขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
อย่างเช่นกล่องใบนี้ตรงหน้า
ในกล่องกระดาษที่เปิดออก มีของประดิษฐ์จากทองแดงหลายชิ้น เหรียญทองแดงกระจัดกระจาย และป้ายไม้คุ้มครองความปลอดภัย
เฉินชวนนึกออกว่าของในกล่องนี้เขาซื้อมาจากแผงลอยริมถนนตอนปีหนึ่ง
ตอนนั้นเขาชอบดูรายการเกี่ยวกับการประเมินของเก่า จึงสนใจของเก่าเหล่านี้เป็นพิเศษ เขาเลยใช้เงินไม่มากซื้อมาไม่น้อย ฝันทุกคืนว่าจะซื้อของโบราณได้ในราคาถูก แล้วร่ำรวยชั่วข้ามคืน
แต่น่าเสียดาย หลังเสียเงินโทรคุยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจดู ถึงได้รู้ว่าของทั้งหมดในนี้เป็นของปลอม
เฉินชวนลูบป้ายไม้แผ่นหนึ่ง มองตัวอักษร “ปลอดภัย” ที่เขียนด้วยอักษรตราประทับโบราณแล้วอมยิ้ม ขณะที่กำลังจะวางของในมือลง
“เคร้ง!!”
เสียงดังกึกก้องราวกับระฆังวัดถูกตีขึ้นในหัว เฉินชวนชะงักงันไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น เมฆหมอกในหัวก็พลุ่งพล่าน ระฆังโบราณใบหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น รอบระฆังมีหมอกสีปนเปื้อนความโกลาหลปกคลุมอยู่ จนมองรูปร่างที่แท้จริงไม่ชัด
เสียงเมื่อครู่นี้ เหมือนจะดังมาจากระฆังโบราณที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นในหัวใบนี้งั้นหรือ?
ขณะที่เฉินชวนกำลังตื่นตะลึง
จู่ ๆ ก็เห็นตัวอักษรสีทองชุดหนึ่งลอยออกมาจากเหนือป้ายไม้ในมือ
【ตรวจพบพลังแห่งเทพเรื่องเล่าตกค้าง】
【แหล่งที่มาของพลังแห่งเทพเรื่องเล่า — เทพเจ้าเซวียนซุน ทเวียนซือ】
【สามารถเข้าสู่ยุคเทพเรื่องเล่า และพบปะบุคคลในตำนานเทพ】
【ใช่หรือไม่?】
【ไม่ใช่?】
…………
