ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น แฝงความระมัดระวังอยู่เล็กน้อย
“ท่านประธานหลิว ฉันไปเปิดประตูนะคะ...”
ในที่สุดโจวหว่านก็หาโอกาสคลี่คลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนนี้ได้เสียที
ประตูห้องทำงานเปิดออก
หญิงสาวตัวเล็กจากโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ชุนหยางยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าสวยซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
มือกุมกล่องกระดาษไว้แน่น
“ท่านประธานหลิว เลขาโจว มีพัสดุลับส่งมาค่ะ...”
หลิวชิงเยว่เลิกคิ้ว
“ส่งถึงฉันเหรอ?”
หญิงสาวส่ายหน้ารัว ๆ ร่างสั่นหนักขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะมองเย่เซิ่งด้วยสายตาหวาดกลัว
“ไม่ใช่ค่ะ เป็นของเขา...”
“ไม่รู้ว่าใครเอาพัสดุนี้ไปวางไว้หน้าโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ชุนหยาง บนกระดาษโน้ตเขียนไว้ว่า ต้องส่งพัสดุนี้ให้ถึงมือคุณเย่เซิ่งที่เพิ่งเข้าทำงานโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ชุนหยางวันนี้ด้วยตัวเองเท่านั้นค่ะ!”
พอได้ยินเช่นนั้น
หลิวชิงเยว่กับโจวหว่านต่างมองเย่เซิ่งอย่างประหลาดใจ
เย่เซิ่งได้ยินแล้วสีหน้ายังคงปกติ ทว่าในใจกลับปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ
ดวงตาที่เหมือนยังไม่ตื่นเต็มที่เบิกกว้างขึ้นฉับพลัน ประกายคมกริบวาบผ่านนัยน์ตา
ความสงสัยใหญ่หลวงผุดขึ้นในใจ
เขาเพิ่งลงจากเขาเข้าสู่โลกภายนอกได้ไม่กี่วัน นอกจากหลิวชิงเยว่แล้ว แทบไม่ได้ติดต่อกับใครเลย
และวันนี้ก็เพิ่งไปสมัครงานที่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ชุนหยาง
นับถึงตอนนี้ อย่างมากก็แค่สองสามชั่วโมงเท่านั้น
ตัวตนที่แท้จริงของเย่เซิ่ง นอกจากหลิวชิงเยว่ที่เพิ่งยืนยันตัวตนของกันและกันไปไม่นานแล้ว ก็ไม่มีใครในเมืองอู่รู้
