"ข้า...ข้าเลือกนาง ข้าจะซื้อนางมาเป็นฮูหยิน"
อาภรณ์สีครามซีดจางจนขาว จิ่นตู้ชิวรูปร่างสูงโปร่ง เขาก้มศีรษะ ชี้นิ้วไปยังสตรีในมุมมืด
น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ทว่าปลายนิ้วกลับไม่ยอมลด
"จิ่นตู้ชิว? เจ้าหรือ?"
เสียงของโหลวจีเยว่แหบเครือ แฝงไว้ด้วยความเหลือเชื่อ
ในมุมนั้น นางถูกมัดมือไพล่หลังด้วยเชือกป่านสากตรึงไว้กับเสาไม้
บนร่างมีเพียงผ้าท่อนสกปรกสองสามชิ้นปกปิดกายอย่างเสียมิได้ ไหล่และแขนที่เผยออกมาเปื้อนฝุ่นโคลน
คือเจ้าโง่แห่งฮ่างโจวนั่นเอง
ย้อนไปเมื่อครั้นยังเล็กที่สำนักศึกษา นางเพียงแต่รู้สึกขัดหูขัดตา จึงได้ช่วยเขารับโทษแทนอาจารย์ผู้สอนไปอย่างไม่ใส่ใจ
ต่อมาก็ย้ายครอบครัวจากไป คิดว่าในชาตินี้คงมิได้พบกันอีก
บัดนี้กลับมาพบพาน ตัวเองกลับกลายเป็นสิ่งของในมือของนายหน้าค้าทาส
จิ่นตู้ชิวขนตายาวสั่นระริก ใต้หางตาขวามีไฝดำขนาดเล็กยิ่งเม็ดหนึ่ง ยามกระพริบตาอย่างกระวนกระวาย กลับฉายแววแพรวพราวเกินกว่าสติปัญญาของเขา
เขาไม่กล้าสบตานาง ได้แต่ทอดสายตาเลือนรางไปยังชายกระโปรงอันเปรอะเปื้อนของนาง
"เยว่เอ๋อร์...คือ ข้า คือข้าเอง"
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกนางเช่นนี้
เมื่อปลายลิ้นคลึงผ่านสองคำนี้ เขาแอบเงยเปลือกตาชำเลืองดูสีหน้านางอย่างลับ ๆ เขาไม่ต้องการเรียกนางว่าแม่นางโหลว และก็ไม่ต้องการเรียกชื่อเต็ม
"จิ่นตู้ชิว! เจ้าห้ามซื้อข้า!"
"เหตุใด?" จิ่นตู้ชิวลนลาน เขาล้วงเอาห่อผ้าออกจากอกอย่างเชื่องช้า
คลี่ออกทีละชั้น ๆ ถึงสามชั้น
นี่คือทรัพย์สินที่เขาหวงแหนไว้แนบอก กันมิให้สูญหายกลางทาง เก็บรักษามาตลอดครึ่งเดือน
เขายื่นเศษเงินกำนั้นออกไปข้างหน้าอย่างประจบประแจง พลางกล่าวอย่างโง่งม "ข้ามีเงิน ข้าซื้อได้"
โหลวจีเยว่โกรธจนหัวเราะ แววตาฉายแวบแห่งความดูแคลน
นางอดทนต่อความอัปยศมาจนบัดนี้ ก็เพื่อใช้เรือนร่างนี้ก้าวเข้าสู่ตระกูลสูงศักดิ์
"เจ้าโง่ที่แม้แต่คำพูดยังคลุมเครือ จะซื้อข้าไปทำไม?" นางขบฟันกรอด "เช่นเจ้าน่ะคู่ควรแล้วหรือ? ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"
ถ้อยคำเสียดแทงพุ่งเข้าใส่ตรง ๆ จิ่นตู้ชิวขอบตาพลันแดงก่ำ
ร่างสูงใหญ่ห่อไหล่อย่างน้อยใจ แต่น้ำเสียงกลับดื้อรั้นอย่างผิดวิสัย "ข้าจะซื้อเจ้ามาเป็นฮูหยิน ไม่เพียงเท่านั้น...ยังต้อง...ต้องมีบุตรชายบุตรสาวให้ข้าด้วย"
"นายท่านนี้ ตกลงใจมอบนางแล้วหรือ?" นายหน้าค้าทาสหนูฟันเหลืองระแหงยิ้มแสยะแยกเขี้ยวเหลืองกร่ำเข้ามา
ครึ่งเดือนที่ผ่านมา เจ้าเดรัจฉานร่างใหญ่ผู้นี้แวะเวียนมาที่นี่ทุกวัน ทุกครั้งก็จ้องมองแม่นางนี่อย่างเหม่อลอย ราวกับเกรงว่าหากมาช้าไปก้าวเดียว คนก็จะถูกผู้อื่นเลือกตัดหน้าไปเสียก่อน
จิ่นตู้ชิวยัดเงินใส่มือนายหน้าค้าทาสอย่างเร่งร้อน
"อืม ตกลง มิใช่นาง ข้าไม่เอา"
ครั้นได้ฟังคำนี้ โหลวจีเยว่พลันออกแรงสะบัด ข้อมือถูกเชือกป่านสากถลอกเป็นรอยเลือด
จิ่นตู้ชิวกวาดตามองร่างขาวผ่องของนาง ในหัวตอนนี้มีเพียงภาพเมื่อครึ่งเดือนก่อนที่เดินผ่านตลาดมืดตรอกตะวันตก
ครั้งนั้น ศีรษะของโหลวจีเยว่ถูกคลุมด้วยกระสอบป่านขาดรุ่งริ่ง ปะปนกับนักโทษเนรเทศกลุ่มหนึ่ง
เพื่อมิให้ถูกทรมานจนตาย ณ ที่แห่งนี้ นางจึงเข้าไปเกาะเกี่ยวผู้สัญจรอย่างไม่เลือกหน้า
ลำคอขาวผ่องที่จงใจเปิดเผย และคำพูดออดอ้อนหวานหยาดเยิ้มนั้น "คุณชายหากยินยอมซื้อข้า ร่างนี้ต่อจากนี้ก็เป็นของคุณชาย..."
ตอนนั้น จิ่นตู้ชิวอับอายเสียจนถึงต้นคอแดงซ่าน แทบจะหมุนตัววิ่งหนี
ทว่า ก่อนจะไปไกล ก็ได้ยินนางเอ่ยชื่อของตัวเอง
โหลวจีเยว่
ร่างทั้งร่างของเขาชะงักแข็งอยู่กับที่ นับแต่วันนั้น ขาคู่นี้ก็ไม่ยอมก้าวออกไปอีกเลย
นายหน้าค้าทาสชั่งเศษเงินในมือ ไม่ขาดไม่เกิน
พลันหัวเราะร่า ตบบ่าจิ่นตู้ชิวฉาดหนึ่งอย่างชอบใจ "สายตาดี! ในกองนี้แม่นางน้อยนางนี้หุ่นดีที่สุด กลมกลึงอิ่มเอิบ การันตีได้ว่าให้กำเนิดบุตรได้แน่!"
จิ่นตู้ชิวถูกตบจนซวนเซ ใบหูแดงเถือก
เขาโผเข้าหาเสาไม้เพื่อแก้เชือก
เชือกป่านคลายออก ข้อมือโหลวจีเยว่ปรากฏรอยแดงอมม่วงน่าสะพรึงกลัววงหนึ่ง
จิ่นตู้ชิวเจ็บปวดใจจนหายใจติดขัด
เขาเหยียดฝ่ามือหนากว้าง หันฝ่ามือขึ้นส่งให้นาง พลางประจบประแจง "เยว่เอ๋อ ข้าจะดีต่อเจ้า กลับไปกับข้าเถิด"
เพียะ
โหลวจีเยว่ปัดมือเขาโดยไม่เหลือเยื่อใย
"จิ่นตู้ชิว เอาเศษเงินของเจ้ากลับไป! เจ้าจะเอาคืนหรือไม่? ไม่เอาคืนวันนี้ข้าจะตีเจ้า!"
ทั่วแววตาล้วนแต่เป็นความโกรธกรุ่น นางคำนวณแผนการมานานนัก จะมาถูกทำลายด้วยน้ำมือเจ้าคนโง่ได้อย่างไร
จิ่นตู้ชิวถูกสายตาดุดันของนางตำใจจนถอยกรูดครึ่งก้าว ลำคอส่งเสียงสั่นเครือ แต่มือยังดื้อรั้นจะไปคว้าแขนเสื้อของนาง
"เยว่เอ๋อ...เยว่เอ๋อ อย่า อย่าตีข้าเลย"
นายหน้าค้าทาสเห็นท่าไม่ดี จึงถ่มน้ำลายขากหนึ่ง แล้วก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไป ยกมือขึ้นฟาดลงมาฉาดหนึ่ง
โหลวจีเยว่ไม่มีแม้แต่เสียงร้องอุทาน ร่างก็อ่อนระทวยล้มลง
"เยว่เอ๋อ!"
จิ่นตู้ชิวตกใจจนท่อนแขนยาวคว้าออกไปอย่างรวดเร็ว ประคองร่างที่อ่อนปวกเปียกของนางไว้มั่น
"รีบร้อนไปไย ยังไม่ตาย เพียงครึ่งก้านธูปก็ตื่นแล้ว" นายหน้าค้าทาสหัวเราะเยาะ พลางสอนเคล็ดวิชา "ข้าบอกแล้วนายท่าน สตรีไม่เชื่อฟังก็ต้องตี พากลับไปบนเตียงฝึกฝนอีกสักสองสามครา ก็เชื่องเอง นี่คือสัจธรรม"
จิ่นตู้ชิวที่ประคองโหลวจีเยว่อยู่นั้นกระชับอ้อมแขนแน่น
"ข้าจะไม่ตีนาง" เสียงเขาไม่ดัง แต่เน้นหนักแน่น "ตีไม่ได้"
เยว่เอ๋อซื้อกลับมาเพื่อให้ความรัก จะตีได้อย่างไร
นายหน้าค้าทาสโบกมือ "ตามใจท่าน แต่ขอพูดเรื่องร้ายไว้ก่อน หากกลับไปแล้วคนหนี อย่ามาหาข้าเอาเงินคืน"
จิ่นตู้ชิวไม่ตอบรับในทันที เขาก้มตัวลงอย่างระมัดระวัง คล้องแขนอ่อนปวกเปียกของโหลวจีเยว่พาดผ่านต้นคอของตน แบกนางขึ้นอย่างมั่นคง
เขาเอี้ยวศีรษะเล็กน้อย
ใบหน้างดงามของสตรีในยามนี้แนบอยู่บนหัวไหล่เขาอย่างไร้การป้องกัน
ใบหูของจิ่นตู้ชิวแดงซ่านอีกครั้ง เขาทำราวกับเป็นหัวขโมย รีบดึงสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว
"อืม ไม่เอาคืน"
"นางหนีไป ข้าจะตามกลับมา"
จิ่นตู้ชิวยืดตัวตรง น้ำหนักกดทับบนแผ่นหลัง เขาก้าวอย่างมั่นคงยิ่ง
ปีนั้นที่ฮ่างโจว เขาก็รู้อยู่แก่ใจ
เรือนร่างของเยว่เอ๋อเล็กบาง ออดอ้อน แรงสู้ข้าไม่ได้ วิ่งก็ไม่เร็วเท่าข้า
หนีไปแล้ว เขาเพียงไม่กี่ก้าวก็ตามทัน
ตามทันแล้ว ก็อุ้มกลับมาใหม่
ชายผู้หนึ่งรูปร่างกำยำล่ำสันแหวกฝูงชนเดินเข้ามา ชี้ไปยังเด็ก ๆ ในมุมที่ตัวสั่นงันงกหลายคนแล้วตวาด "นายหน้า ให้ข้าเลือกเด็กผู้ชายคนหนึ่ง จะให้ไปฝังร่วมกับพ่อข้า"
ทาสบนพื้นถูกข่มขวัญจนตัวสั่นเทา
จิ่นตู้ชิวไม่กล้ามองมาก รีบแบกคนเดินจากตลาดมืดไปอย่างรวดเร็ว
เดินไปได้ครู่หนึ่ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบเอี้ยวศีรษะไปมองใบหน้างดงามบนหัวไหล่นั่น
ในหัวของเขามักจะปรากฏภาพเมื่อครั้งยังเล็กที่ฮ่างโจว
ตอนนั้นโหลวจีเยว่ก็ราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย ๆ คอยบัญชาให้เขาทำนั่นทำนี่
เขาไม่เคยรู้สึกรำคาญ กลับรู้สึกยินดียิ่ง เสียดายที่รู้จักกันได้เพียงสองปี นางก็ย้ายจากไป
"หาข้าให้เจอ! ต้องหาโสเภณีชั่วตัวนั้นให้เจอ! แม่งมันชุ่ยเงินพ่องหนีไป!"
คนกลุ่มหนึ่งกรูเข้ามา ผู้คนบนถนนต่างร้องลั่นหลีกทาง จิ่นตู้ชิวก็หลบไปข้างทางเช่นกัน
คือทายาทเพียงผู้เดียว เจ้าอันธพาลแห่งตระกูลคหบดีใหญ่เจี่ยหมิง
ผู้คนบนหลังถูกเสียงอึกทึกนี้ปลุกให้ตื่น
โหลวจีเยว่ลืมตาพรึบ ร่างกายก็ดิ้นรนตามสัญชาตญาณ
"เจ้าปล่อยข้า!"
จิ่นตู้ชิวกระชับแขนที่รัดอยู่ตรงข้อพับขาของนางแน่นขึ้นแล้วปลอบ "เยว่เอ๋อ อย่าเพิ่งร้อนรน ประเดี๋ยวข้าแบกเจ้ากลับ"
"ข้าไม่ให้เจ้าแบก ภายหน้าข้าจะคืนเงินให้เจ้า"
นางยิ่งดิ้นรน เจ้าโง่นี่กลับยิ่งรัดแน่นขึ้น วงแขนคู่ประหนึ่งคีมเหล็กหนีบนางไว้อย่างดื้อรั้น
"ไม่ปล่อย"
"เยว่เอ๋อ เจ้า...เจ้าต้องไม่ได้กินข้าวเต็มอิ่มมาหลายวันแล้ว...ข้า ข้าแบกเจ้า มิฉะนั้น...มิฉะนั้นเจ้าจะไม่มีแรง ไม่มีแรงกลับบ้านกับข้า"
โหลวจีเยว่กำลังจะระเบิดโทสะ ทันใดก็ได้ยินเสียงตวาดคุ้นหูนั่น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน หันขวับกลับไป
คือเจี่ยหมิง!
นางซุกหน้าลงในซอกคอของจิ่นตู้ชิวทันที
นางคือคนที่ชุ่ยเงินของเจี่ยหมิงไปนั่นเอง
"จิ่นตู้ชิว ไปทางซ้าย!" เสียงนางสั่นพร่าเล็กน้อย
จิ่นตู้ชิวมองซอยมืดมิดทางซ้ายอย่างงงงวย "เยว่เอ๋อ บ้านของเรา ไม่ได้อยู่ทางนั้น"
"ถ้าเจ้าไม่ฟังข้า ข้าก็ไม่เป็นฮูหยินของเจ้า!"
ประโยคนี้ช่างได้ผลยิ่งกว่าคำขู่ใด ๆ
จิ่นตู้ชิวฟังแล้วก็ลนลานจนตาแดงก่ำ พลันเปลี่ยนทิศทาง เดินแบกนางเข้าไปในซอยทางซ้าย
เสียงฝีเท้าของผู้ติดตามใกล้เข้ามาทุกที โหลวจีเยว่พลันบีบเข้าไปที่แขนด้านในของจิ่นตู้ชิวแล้วบิดอย่างแรง
จิ่นตู้ชิวเจ็บจนสะดุ้งเฮือก หลุดเสียงสะอื้นออกมาคราหนึ่ง
"เยว่เอ๋อ เจ้า เจ้ารังแกข้าทำไม?" น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยใจ หางตาพลันแดงก่ำอีกครั้ง
"เข้าประตูเล็กนั่น เร็วเข้า!"
จิ่นตู้ชิวเพิ่งจะรู้สึกได้ว่าคนบนหลังกำลังสั่นเทา เขาอดทนต่อความเจ็บที่แขน ก้าวยาว ๆ ขึ้นบันได กระแทกประตูไม้เล็กที่ปิดไว้หลวม ๆ ให้เปิดออก
เพิ่งเข้านามา โหลวจีเยว่ก็เริ่มดิ้นพรวด ๆ บนหลังเขาอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะกระโดดลงมา
"ปล่อยข้าลง!"
จิ่นตู้ชิวดื้อรั้นไม่ยอมปล่อยมือ โหลวจีเยว่ร้อนรน ก้มหน้ากัดเข้าที่ลำคอด้านข้างของเขาคำหนึ่ง
จิ่นตู้ชิวเจ็บจนมือคลายออก โหลวจีเยว่ถือโอกาสเซซวนไถลลงมา แต่เพราะขาไม่มีแรง จึงร่วงลงกระแทกพื้น
นางไม่สนใจความเจ็บ เข้าไปหา คว้าดาลสอดไว้อย่างรวดเร็วว่องไว
นอกประตู คนของตระกูลเจี่ยหมิงวิ่งผ่านไปดังสนั่น
จิ่นตู้ชิวมองดูนางล้มลง ตกใจแทบสิ้นสติ รีบลนลานหมอบลงไปจับมือนาง "เยว่เอ๋อ..."
ร่างสูงใหญ่ของเขาเดิมก็สูงใหญ่แล้ว การพุ่งเข้ามาครานี้ทำให้ตัวเองก็ไปเกี่ยวเข้ากับของกระจุกกระจิกใต้เท้าจนสะดุด
เงาดำท่วมท้นพุ่งลงมาตรง ๆ จิ่นตู้ชิวทับร่างโหลวจีเยว่ ทั้งสองล้มลงบนกอหญ้าที่รกชัฏในลานบ้าน
โหลวจีเยว่เต็มไปด้วยความไม่อดทน กำลังจะตวาดคนพลันมีเสียงดังมาจากในบ้าน
"อา...น่ารำคาญนัก เบาเสียงหน่อย อีกประเดี๋ยวสามีข้าก็กลับมาแล้ว..."
"จะกลัวอะไร? ปิดบังเขามาลอบมีสัมพันธ์กับข้า มิใช่ยิ่งเร้าใจกว่าหรือ?"
โหลวจีเยว่พลันยื่นมือปิดปากจิ่นตู้ชิวที่กำลังจะส่งเสียง อีกมือหนึ่งตั้งขึ้นตรงหน้าริมฝีปาก จ้องเขาและทำท่า "หุบปาก"
จิ่นตู้ชิวตะลึงงัน พยักหน้าอย่างว่าง่าย
ปลายจมูกของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ บนเรือนร่างของนาง
เยว่เอ๋อช่างหอมเสียจริง
จิ่นตู้ชิวเบิกตาโตมองใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
ดวงตาของเยว่เอ๋อโต ใบหน้าก็เล็ก ริมฝีปากแดงเรื่อ งดงามกว่าแต่ก่อนเสียอีก
เสียงภายในบ้านดังกระชั้นขึ้นทุกที จิ่นตู้ชิวเกิดความอยากรู้อยากเห็น อดไม่ได้ที่จะเอี้ยวศีรษะลอดผ่านหน้าต่างไม้ระแนงที่เปิดครึ่งหนึ่งมองเข้าไป
จิ่นตู้ชิวใบหูแดงซ่านขึ้นมาฉับพลัน เขาหันกลับมาอย่างแรง หายใจถี่กระชั้นและหนักหน่วง
"เยว่เอ๋อ..." น้ำเสียงเขาแหบพร่า กระซิบเบา "พวกเขา พวกเขากำลังทำอะไร? เหตุใดบุรุษคนนั้นจึงเหมือนข้า ที่ทาบทับอยู่บนตัวเจ้า?"
เขารู้สึกราวกับมีไฟลุกโชนขึ้นในร่างกาย ร้อนรุ่มจนไม่รู้จะทำตัวอย่างไร
ร่างอ่อนนุ่มที่อยู่ใต้ร่างนี้ ยิ่งทำให้เขากระหายมากขึ้น
"สตรีนั่นยังส่งเสียง แล้วเยว่เอ๋อ เหตุใดเจ้าจึงไม่ส่งเสียง?" ดวงตาสีดำสนิทมองนางอย่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เต็มไปด้วยความใคร่รู้อย่างใสซื่อ
"จิ่นตู้ชิว เจ้า!" ใบหน้าของโหลวจีเยว่แดงก่ำขึ้นมาฉับพลัน
ในหัวของเจ้าโง่นี่มีแต่เรื่องอะไรกัน!
โหลวจีเยว่บังคับใจให้สงบลง จะไปถือสาหาความกับคนสติไม่เต็มใบ้ทำไม
นางตั้งหูฟังเสียงฝีเท้าม้าที่ค่อย ๆ ห่างไกลออกไปนอกประตู เส้นประสาทที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย
แต่คนของตระกูลเจี่ยหมิงยังคงออกค้นหาอยู่แถวนี้แน่ ตอนนี้ห้ามออกไปเด็ดขาด
โหลวจีเยว่เหลือบมองเจ้าคนโง่รูปงามใต้ร่างนี้ ในใจพลันแวบผ่านการคำนวณ
บัดนี้ไม่มีทรัพย์สินเงินทองติดตัว แถมยังถูกเจี่ยหมิงจับตามอง เจ้าคนโง่นี่มีพลังยิ่งนักแถมยังลวงง่าย เก็บไว้ย่อมมีประโยชน์
"พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดี" นางอธิบายอย่างขอไปที "บุรุษคนนั้นคือชู้ของนาง"
"ชู้..." จิ่นตู้ชิวพึมพำทวนคำนี้
เขาจำได้ว่าท่านผู้เฒ่าหลิวที่อยู่ตรงข้ามบ้าน มักจะด่าว่าภรรยาของตน ว่าคบหากับชู้
จิ่นตู้ชิวรู้ นี่ไม่ใช่คำที่ดีอะไร
"เยว่เอ๋อ เรา พวกเรามาอยู่ในลานบ้านคนอื่นทำไม? พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดี"
โหลวจีเยว่ตอบส่ง ๆ "หลบคน"
จิ่นตู้ชิวไม่เข้าใจ เขาจ้องริมฝีปากแดงเรื่อของโหลวจีเยว่ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
"เยว่เอ๋อ ข้า ข้าช่างอิจฉาพวกเขายิ่งนัก"
โหลวจีเยว่หันหน้ามา "เจ้าอิจฉาอะไร?"
"ชู้...ชู้สามารถทำเช่นนี้ได้..." จิ่นตู้ชิวน้ำเสียงน้อยใจ "เยว่เอ๋อ หากเจ้าเป็นภรรยาของข้า ก็จะแตะต้องใกล้ชิดเช่นนี้ไม่ได้หรือ?"
เพราะโหลวจีเยว่นับตั้งแต่ได้ยินที่เขาพูดว่า จะให้นางเป็นภรรยาน้อย นางก็มีสีหน้าต่อต้านสุดกำลัง
โหลวจีเยว่มองใบหน้างดงามของเขาที่ยามนี้เร่าร้อนด้วยอารมณ์
ช่างโง่เสียจริง
เจ้าคนโง่อย่างเขาจะรู้อันใด
มุมปากนางคลี่ยิ้มเย้ยหยันเย็นชา "ถูกต้อง ภรรยาย่อมแตะต้องเช่นนี้ไม่ได้"
จิ่นตู้ชิวฟังแล้ว ร่างสูงใหญ่พลันแข็งทื่อ
เบ้าตาของเขาแดงก่ำในบัดดล น้ำเสียงสั่นเครือ สะอึกสะอื้นร่ำไห้ขึ้นมา
"ไม่เอา...ไม่เอา..."
เขารัดเอวของโหลวจีเยว่ไว้แน่น "เช่นนั้น เช่นนั้นข้าก็จะ...ข้าก็จะขอเป็น...ชู้ของเยว่เอ๋อเช่นกัน"