วันรุ่งขึ้น
“นางทำอะไรไปบ้าง?”
เฮ่อชิงเยี่ยนกินยาปฏิชีวนะกับยาแก้ปวดแล้ว คืนนั้นจึงได้นอนหลับสนิทอย่างหาได้ยาก
ม่อไป๋เฝ้าอยู่ตลอดคืน ก่อนกลับไปพักผ่อน
ม่อซงไปตักโจ๊กจากห้องครัวมาชามหนึ่ง แล้วยกมาวางลงอย่างนอบน้อม
“ท่านหมายถึงคุณหนูรองหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เฮ่อชิงเยี่ยนส่งเสียงรับคำ เขามีประสาทการได้ยินเป็นเลิศ แม้ยามหลับสนิทก็ยังได้ยินเสียงซูหล่านเยว่ตะโกนอยู่ชั้นล่างเมื่อคืน
“บ่าวไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ” ม่อซงชะงักไปเล็กน้อย
เขารู้เพียงว่าเช้านี้พบซูหล่านเยว่ที่ชั้นล่าง พอนางเห็นโจ๊กปลาในมือเขา สีหน้าก็ดูไม่สู้ดีนัก
ท่านหมอที่อยู่ข้าง ๆ กระแอมเบา ๆ ก่อนอธิบายว่า “ท่านอ๋อง เมื่อคืนคุณหนูซูมีไข้ แต่นางไม่ยอมดื่มยาต้มขม ๆ จึงไปซื้อยาเม็ดจากคุณหนูรองพ่ะย่ะค่ะ”
เฮ่อชิงเยี่ยนค่อย ๆ ดื่มโจ๊ก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
“นางขายไปเท่าไร?”
“หนึ่งตำลึงเงินพ่ะย่ะค่ะ” ท่านหมอตอบเสียงเบา
ม่อซงถึงกับตกตะลึง “คุณหนูรองเรียกเก็บเงินคุณหนูซูถึงหนึ่งตำลึงเงินเชียวหรือ?!”
ท่านหมอชะงักเล็กน้อย ก่อนกล่าวเพียงว่า “หากเป็นยาเม็ดของคุณหนูรอง ราคานี้ก็สมเหตุสมผลพ่ะย่ะค่ะ”
เพียงแต่ไม่คิดว่าเจียงหนานจือจะกล้าขูดรีดเงินซูหล่านเยว่อย่างโจ่งแจ้ง
ม่อซง “......”
เขาย่อมรู้ว่ามันคุ้มราคานี้
เพียงแต่......
หรือเจียงหนานจือไม่รู้ว่าซูในชื่อซูหล่านเยว่ หมายถึงตระกูลซูของเจ้ากรมศาลต้าหลี่?
หลังเฮ่อชิงเยี่ยนดื่มโจ๊กหมดชามก็ถามว่า “ไปโรงรับแลกเงินมาแล้วหรือยัง?”
“ไปมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ม่อซงรีบหยิบตั๋วเงินหลายใบที่มีมูลค่าต่างกันออกมาจากอกเสื้อ