“นายท่าน ม่อไป๋กับพวกกลับมาแล้ว!”
เสียงแม่หลิวดังมาจากนอกประตูด้วยความตื่นเต้น
เฮ่อชิงเยี่ยนเหลือบมองเจียงหนานจือแวบหนึ่ง “เรื่องนี้ค่อยหารือกันภายหลัง”
เขาเพิ่งลุกขึ้น ขมวดคิ้วแน่น ก่อนยกมือกุมหน้าอกโดยไม่รู้ตัว
เจียงหนานจือเห็นก็รู้ทันทีว่าเขาขยับตัวแรงเกินไป จนแผลด้านหลังถูกดึงรั้ง
นางรีบเข้าไปประคองเขาไว้ “องค์ชาย หากท่านมีเงินเหลือเฟือจนไม่รู้จะใช้ที่ใด ก็ไม่เห็นต้องทำร้ายร่างกายตนเองถึงเพียงนี้ ยาของข้าจะดีเพียงใด ก็ทนให้ท่านใช้ร่างกายอย่างสิ้นเปลืองเช่นนี้ไม่ไหวหรอก”
“ข้าไม่เป็นไร” เฮ่อชิงเยี่ยนส่ายหน้า
“ท่านจะเป็นหรือไม่เป็น มิใช่ท่านตัดสิน แต่แผลต่างหากที่เป็นผู้ตัดสิน”
เจียงหนานจือประคองเขาให้นั่งลง “อย่าขยับ ข้าขอตรวจแผลท่านก่อน”
“ไม่...”
“หุบปาก”
นางขัดคำพูดขององค์รัชทายาทผู้ตกอับอย่างไม่สบอารมณ์
เฮ่อชิงเยี่ยน “...”
แม่นางผู้นี้ช่างกล้าขึ้นทุกที
ถึงกับกล้าตวาดเขาเชียวหรือ?
เจียงหนานจือค่อย ๆ ถอดเสื้อตัวนอกของเขาออก เห็นว่าแผลพันผ้าไว้อย่างเรียบร้อย ไม่มีเลือดซึมออกมา จึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจัดเสื้อคลุมกลับให้เขา
“โชคดีที่แผลไม่ปริ”
“ข้าบอกแล้วว่าไม่เป็นไร”
เฮ่อชิงเยี่ยนจัดปกเสื้อให้เข้าที่ พลางเหลือบมองนาง “หากมีครั้งหน้า แล้วยังทำกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้อีก เช่นนั้น...”
เจียงหนานจือ “?”
“จะลงโทษเจ้าให้งดอาหารเช้ากับอาหารเย็นหนึ่งวัน”
กล่าวจบ เฮ่อชิงเยี่ยนก็สาวเท้าออกไปนอกประตู
“อะไรนะ?!”
เจียงหนานจือหันขวับมองแผ่นหลังที่เดินจากไปอย่างไม่อยากเชื่อ นางยกชายกระโปรงแล้วตามไป “องค์ชาย ผู้ใดจะทำเช่นท่านกัน?”