“หลิ่งหนานเป็นเขตโรคระบาดและไข้จับสั่น หากพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อย ก็อาจเป็นเหมือนอู่หย่วน ติดโรคร้ายแรง สุดท้าย...รักษาไม่หายจนสิ้นใจ”
เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น ทุกคนต่างเงียบงัน
พวกเขาล้วนเคยเห็นสภาพยามอู่หย่วนป่วยหนักกับตาตนเอง
หากไม่มีเจียงหนานจือ เกรงว่าป่านนี้พวกเขาคงกำลังจุดธูปอยู่หน้าหลุมศพของอู่หย่วนแล้ว
เฮ่อชิงเยี่ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย “เช่นนั้น เจ้าหมายความว่า...”
“นายท่าน หากพวกเรามียาที่ใช้รักษาโรคมาลาเรียอยู่ในมือ ภัยของหลิ่งหนานจะน่ากลัวอันใดอีกพ่ะย่ะค่ะ”
หมอเอ่ยพลางสังเกตสีหน้าของเฮ่อชิงเยี่ยน ก่อนกล่าวอย่างระมัดระวัง “นายท่านลองทำการค้าสักครั้งกับคุณหนูรองดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ม่อไป๋เข้าใจความหมาย จึงถามอย่างประหลาดใจ “ท่านหมอหมายความว่าจะร่วมมือทำการค้ากับคุณหนูรองหรือ”
หมอกลับส่ายหน้า “มิใช่ข้า แต่เป็นเกาะหมอเทวะ”
การค้านี้ หากอาศัยเขาเพียงคนเดียวย่อมไม่สำเร็จ
“นายท่าน หากคุณหนูรองคิดทำการค้าขายอาหาร เมื่อพวกเราไปถึงหลิ่งหนานแล้ว เกรงว่าจะทำได้ยากพ่ะย่ะค่ะ”
เฮ่อชิงเยี่ยนใคร่ครวญอยู่เงียบ ๆ มิได้ปฏิเสธข้อเสนอของหมอในทันที
คำพูดของหมอไม่ผิดเลย
เขาคาดไม่ถึงว่าเจียงหนานจือจะมียารักษาโรคมาลาเรียด้วย
“องค์ชาย พระชายาเป็นผู้มีคุณธรรมและเข้าใจเหตุผล นางต้องยินยอมแน่พ่ะย่ะค่ะ” ท่านอู่อากล่าว
ม่อไป๋กลับไม่คิดเช่นนั้น เขาลูบจมูก “นายท่าน ท่านลืมไปหรือไม่ว่าเมื่อครู่...ท่านทำให้คุณหนูรองโกรธแล้ว”
คราวนี้ เกรงว่านางอาจไม่ยินยอม
สิ้นเสียง ทุกคนต่างหันไปมองเฮ่อชิงเยี่ยน