“ข้าไปโลเลตั้งแต่เมื่อใด?”
เจียงหนานจือยิ้มตาหยี ย้อนถามว่า “ข้าก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ร่วมมือกับพวกท่านเสียหน่อย อีกทั้งข้าก็ไม่ได้บอกว่าจะร่วมมือกับพวกท่านเพียงกลุ่มเดียว ใช่หรือไม่?”
ท่านหมอเบิกตากว้าง เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ “แต่ก่อนหน้านี้ฮูหยินมิได้บอกหรือว่า พวกเราจะได้สิทธิ์ขายแต่เพียงผู้เดียว?”
“ใช่แล้ว”
เจียงหนานจือพยักหน้า “ยาที่ท่านต้องการนั่นแหละ คือยาที่จะให้พวกท่านได้สิทธิ์ขายแต่เพียงผู้เดียว”
“แต่ข้าไม่ได้บอกเสียหน่อยว่า ยาที่จะร่วมมือกับกองคาราวานของคุณชายเผยนั้นคือยาชนิดเดียวกับที่ให้พวกท่าน”
หลังฟังจบ ท่านหมอก็ทำหน้าเหมือนฟ้าถล่มลงมา
ไม่คิดเลยว่าอายุมากปูนนี้แล้ว จะถูกแม่นางน้อยตลบหลังเข้าให้
เห็นเจียงหนานจือซุกซนเช่นนี้ เฮ่อชิงเยี่ยนก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “พอเถิด ข้าเห็นคุณชายเผยใคร่รู้ไม่น้อย ว่าการค้าที่เจ้าพูดถึงนั้นคือสิ่งใด”
กล่าวตามจริง เขาเองก็ใคร่รู้ไม่น้อย
โดยเฉพาะอยากรู้ว่าในหัวของเจียงหนานจือคิดอ่านเช่นไร
ทั้งที่เพิ่งตกลงเรื่องร่วมมือกับเกาะหมอเทวะเมื่อวันก่อน หากเป็นคนทั่วไป ป่านนี้คงกำลังกระวนกระวายและหวั่นใจ รอคำตอบจากเกาะหมอเทวะอยู่เป็นแน่
แต่นางกลับไม่เป็นเช่นนั้น
นางกลับเริ่มกิจการตั้งแผงขายของอย่างไม่ร้อนใจ
กิจการตั้งแผงเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน นางก็คิดไปถึงเรื่องอื่นเสียแล้ว
เหตุใดจึงมีคนที่ไม่มีกิริยาสง่างามอย่างคุณหนูในเมืองหลวงเช่นนางได้กัน?
กลับมีนิสัยพ่อค้าอย่างเต็มเปี่ยม
เผยอวี้เองก็ใคร่รู้อยู่ไม่น้อย
ไม่คิดเลยว่าพระชายาผู้สูงศักดิ์จะสนใจการค้าขายด้วย!
เมื่อเทียบกับชาวบ้านทั่วไป พวกเขาซึ่งเป็นกองคาราวานที่เดินทางไปทั่ว ย่อมได้รับข่าวสารรวดเร็วกว่าผู้อื่นอยู่บ้าง ท่ามกลางความผันผวนในราชสำนัก
องค์รัชทายาทถูกปลด ตระกูลเซวียนหยวนถูกสังหารยกตระกูล ฮองเฮาถูกส่งไปตำหนักเย็น เรื่องเหล่านี้เขาล้วนรู้แจ้งชัดเจน