“ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร พระชายาฉีอ๋องผู้นี้ก็เก็บไว้ไม่ได้แล้ว”
ฉินเอ้อร์จู้เอ่ยขึ้นช้า ๆ
จะปล่อยให้องค์รัชทายาทที่ถูกปลดมีชีวิตไปถึงหลิ่งหนานไม่ได้เด็ดขาด!
ลูกน้องได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าทันทีโดยไม่ต้องคิด “ขอรับ”
ไม่นาน ขบวนก็ออกเดินทางต่อ
ทางด้านนี้ เจียงหนานจือกลับขึ้นรถม้าของนางอีกครั้ง
นางยังไม่รู้เลยว่าอันตรายกำลังจะมาเยือน
หลังขบวนใหญ่ออกเดินทาง รถม้าก็โคลงเคลงไปมา จนนางแทบสำรอกออกมา
นางรีบควานหยิบบ๊วยดองจากมิติส่วนตัว ยัดเข้าปากติดกันหลายลูก เปรี้ยวเสียจนแทบเข็ดฟัน ถึงค่อยพอกดอาการเวียนศีรษะลงได้
หลังพักอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดนางก็มีแก่ใจไตร่ตรองสถานการณ์ตรงหน้า
ความกังวลขององค์รัชทายาทที่ถูกปลดใช่ว่าจะไร้เหตุผล
อาหารที่นางทำก่อนหน้านี้ ล้วนมีทหารใช้เข็มเงินทดสอบพิษทั้งสิ้น
ถึงขั้นที่ฉินเอ้อร์จู้ยังให้นางชิมอาหารเหล่านั้นด้วยตนเองก่อน ถึงค่อยยื่นมือมารับไป
มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาระแวดระวังอย่างยิ่ง!
เจียงหนานจือลูบคาง คิดหาทางลงมืออย่างไร้สุ้มเสียงและไม่ให้ผู้ใดสงสัย...
คิดออกแล้ว!
กินยาเซฟาโลสปอรินแล้วดื่มสุราไม่ได้!
ทำไมฉันถึงเกือบลืมเรื่องนี้ไปได้นะ
ต่อให้เซียนมาเอง หากกินยาเซฟาโลสปอรินแล้วดื่มสุรา ก็ต้องไปพบยมบาลสักหน่อยอยู่ดี
คราวนี้ช่างเหมาะเจาะจริง ๆ!
ในกล่องยาที่เพิ่มเข้ามาในมิติส่วนตัว มียาเซฟาโลสปอรินอยู่ด้วย
เหมือนกำลังง่วงแล้วมีคนยื่นหมอนมาให้!
เจียงหนานจือรีบควานหยิบยาเซฟาโลสปอรินออกมาจากมิติส่วนตัวหนึ่งกล่อง
ในกล่องมีเพียงหกเม็ด
นางจึงแกะออกมาทั้งหกเม็ด แล้วหาขวดกระเบื้องใบหนึ่ง เทสุราลงไปเล็กน้อย ก่อนเทผงยาจากแคปซูลทั้งหมดใส่ลงไป
จากนั้นก็โยนกล่องและสิ่งของอื่น ๆ กลับเข้าไปในมิติส่วนตัว
ส่วนขวดกระเบื้องใบนั้น นางพกติดตัวไว้