“อย่าคายส่งเดชเชียว ชามหนึ่งตั้งสิบอีแปะเชียวนะ”
เจียงหนานจือทิ้งคำพูดนี้ไว้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนยกกาน้ำชาเดินออกจากห้องครัวไป
ซูหล่านเยว่จ้องแผ่นหลังที่เดินจากไปอย่างลำพองใจของเจียงหนานจือ พลางกัดฟันด้วยความโมโห “เจียง หนาน จือ!”
ช่างทำให้นางโมโหเสียจริง!
แม่หลิวดื่มหมดไปแล้วหนึ่งชาม ครั้นเห็นนางเพิ่งจิบไปคำเดียว ก็อดถามไม่ได้ว่า “คุณหนูซู ชาห้าดอกถ้วยนี้... ท่านยังจะดื่มหรือไม่?”
“ดื่ม!”
ซูหล่านเยว่ปกป้องชาห้าดอกในชามโดยไม่รู้ตัว สีหน้าโมโหขึ้ง “ใครบอกว่าข้าไม่ดื่ม?”
นี่มีค่าตั้งสิบอีแปะเชียวนะ!
นางมองน้ำชาในชามที่ดูไม่ต่างจากยาขม สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ทว่ารสชาติกลับไม่ขมแม้แต่น้อย
เห็นเช่นนั้น นางจึงยกขึ้นดื่มอีกครั้ง
ครานี้ชาห้าดอกเย็นลงมากแล้ว ไม่ร้อนเหมือนเมื่อครู่ ดื่มแล้วกลับรู้สึกว่ารสชาติดียิ่งขึ้น
ยามน้ำชาแตะลิ้นให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นอย่างชัดเจน กลืนลงไปแล้วก็มีรสหวานละมุนติดปลายลิ้น
ภายในปากอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้
ชาดอกไม้ที่อร่อยถึงเพียงนี้ จะเป็นยาไปได้อย่างไร?
ซูหล่านเยว่เริ่มสงสัยในชีวิตของตนเอง
......
ในเวลาเดียวกัน
ชั้นบน
เจียงหนานจือแบ่งชาห้าดอกที่ต้มเสร็จแล้วให้ทุกคนในห้องคนละถ้วย เว้นแต่อวิ๋นชี
นางอธิบายว่า “แม้ชาดอกไม้นี้จะดี แต่ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์ จึงไม่ควรดื่มสิ่งนี้”
แม้จะดื่มชาดอกไม้ไม่ได้ นางก็ยังตักน้ำซุปเข้มข้นที่เคี่ยวจากกระดูกหมูให้หนึ่งชาม แล้วโรยต้นหอมกับผักชีลงไปเล็กน้อย
“ฮูหยินดื่มสิ่งนี้ได้”
กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อและรสสดหวานลอยอบอวลไปทั่วห้อง