“เช่นนั้นองค์ชายทรงคิดว่า หากข้าใช้ฝีมือปรุงอาหารนี้ทำมาค้าขาย จะเป็นเช่นไร?”
เจียงหนานจือฉวยโอกาสนี้เอ่ยถึงจุดประสงค์ของตน
สิ้นคำ ทุกคนต่างชะงักงันไปชั่วขณะ
ม่อไป๋ประหลาดใจยิ่ง “คุณหนูรอง ท่านจะทำมาค้าขายอาหารหรือ? เกรงว่าจะไม่เหมาะกระมัง?”
ถึงเจียงหนานจือกับเฮ่อชิงเยี่ยนจะเป็นสามีภรรยากันเพียงในนาม แต่ถึงอย่างไรก็เป็นชายาเอกฉีอ๋องอย่างถูกต้องชอบธรรม
เชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ จะทำมาค้าขายอาหารได้อย่างไร?
หากเรื่องนี้แพร่ออกไป แล้วผู้คนรู้ว่าอดีตพระชายาเอกองค์รัชทายาทกลับกลายเป็นแม่ครัวทำอาหารขายให้คนหลากหลายชนชั้น เกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องขบขันไปทั่ว!
แม้แต่ม่อซงยังค่อย ๆ วางตะเกียบลง
ไม่เพียงแต่พวกเขา ซูหล่านเยว่เองก็คิดว่าเจียงหนานจือคงเสียสติไปแล้ว
นางเป็นถึงบุตรีสายตรงของขุนนางผู้ตรวจการศาลต้าหลี่ แม้จะได้รับฝากฝังจากฮองเฮาที่ถูกปลด นางก็ไม่เคยเปิดเผยฐานะที่แท้จริงต่อหน้าผู้คน
ก็เพราะเกรงว่าคนทั้งใต้หล้าจะรู้ว่า คุณหนูตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์ดุจทองกิ่งหยก ยอมลดฐานะเข้าครัวเพื่อเอาใจบุรุษผู้หนึ่ง
เจียงหนานจือกลับดีนัก ถึงกับเอ่ยต่อหน้าทุกคนว่าจะทำมาค้าขายอาหาร?
“องค์ชายก็ทรงเห็นว่าไม่เหมาะหรือเพคะ?”
เจียงหนานจือมิได้สนใจปฏิกิริยาของผู้อื่น กลับจับจ้องเฮ่อชิงเยี่ยนแน่วนิ่ง
นางรู้ดีว่าเมื่อไปถึงหลิ่งหนาน หากคิดจะเปิดร้านอาหาร ยังต้องได้รับความยินยอมจากคนผู้หนึ่ง
คนผู้นั้นก็คือ...อดีตองค์รัชทายาทที่อยู่ตรงหน้า
เฮ่อชิงเยี่ยนก้มมองชามตรงหน้าซึ่งว่างเปล่า กลิ่นหอมของอาหารบนโต๊ะยังคงอวลอยู่ที่ปลายจมูก ไม่จางหายไปเนิ่นนาน