“ข้าไม่มีเจตนาร้าย”
เผยอวี้กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่มีเจตนาร้ายหรือ?” อู่หย่วนแค่นเสียงเย็นชา “แล้วเจ้าจะส่งองครักษ์ฝีมือดีมากมายมาคอยจับตาความเคลื่อนไหวของโรงเตี๊ยมทำไม?”
“อู่หย่วน”
เจียงหนานจือวางถ้วยชาลง “วางกระบี่ลงก่อน”
อู่หย่วนยังคงหน้าตึง ทว่าก็เชื่อฟัง เก็บกระบี่เข้าฝัก
“ในเมื่อองค์ชายทรงเชื่อคุณชายเผย ถึงได้ให้ข้ากับเด็กน้อยตามเขามาที่นี่เพื่อหลบภัย ข้าก็เชื่อคุณชายเผยเช่นกัน เพียงแต่...”
เจียงหนานจือจ้องเผยอวี้ “เชื่อก็ส่วนเชื่อ แต่คุณชายเผยลอบส่งคนมาจับตาพวกเรา แล้วมีจุดประสงค์อันใด?”
เผยอวี้สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนประสานมือคุกเข่าลงต่อหน้าเจียงหนานจือ “ข้าน้อยขอบพระทัยองค์ชายและพระชายาที่ทรงไว้วางใจ”
“เหตุที่ข้าน้อยทำเช่นนี้ เป็นเพราะ...ไม่อยากยืนมององค์ชายถูกคนอกตัญญูและไร้สัตย์ลอบทำร้ายจนสิ้นพระชนม์”
สิ้นคำ บรรยากาศในโถงใหญ่ก็เงียบงันราวกับป่าช้า
ท่านอู่อาและอู่หย่วนมองเผยอวี้ด้วยความตกตะลึง
เขารู้หรือไม่ว่าคำพูดเช่นนี้จะนำหายนะใดมาสู่ตน?
เจียงหนานจือขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณชายเผย เจ้าไม่กลัวตายหรือ?”
“กลัว”
เผยอวี้เงยหน้าขึ้น “แต่ชีวิตของข้าน้อยเป็นองค์ชายที่ทรงช่วยไว้ หากองค์ชายประสบภัย ข้าน้อยย่อมยอมสละชีวิตโดยไม่ลังเล”
เจียงหนานจือกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง
เด็กน้อยในอ้อมแขนพลันสะดุ้งตื่น ร้องไห้จ้า
นางจึงต้องรีบปลอบเสียงแผ่ว
เผยอวี้ลุกขึ้นทันที “พระชายา ห้องพักกับน้ำร้อนเตรียมไว้แล้ว พระชายากับคุณชายน้อยเข้าไปพักผ่อนได้ก่อน ที่นี่ปลอดภัยชั่วคราว”
“ได้”
เจียงหนานจือจึงพาเด็กน้อยเข้าไปในห้องก่อน
อู่หย่วนกับท่านอู่อาเฝ้าอยู่ด้านนอกไม่ห่าง
......
ทางโรงเตี๊ยม
ความวุ่นวายในคืนนี้รุนแรงยิ่งนัก
หลังเจียงหนานจือกับเด็กน้อยจากไป เฮ่อชิงเยี่ยนและคนอื่น ๆ ก็ไร้สิ่งให้กังวลอีก ลงมือสังหารอย่างไม่ไว้ชีวิต ไม่เหลือผู้รอดแม้แต่คนเดียว