ทันทีที่เสียงระฆังเริ่มการประลองดังขึ้น ใบหน้าของอลิสซาก็บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
ข้าต้องตายแน่...
ขาทั้งสองข้างของนางสั่นไม่หยุด แทบจะพยุงร่างผอมบางไว้ไม่อยู่
แต่ในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีมือมาแตะไหล่นาง
อลิสซาหันกลับไป เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายของ ‘มนุษย์วานร’ ผู้นั้น
“ถ้าไม่อยากตาย ก็หาที่หลบเองเสีย เดี๋ยวสู้กันขึ้นมา ข้าอาจจะดูแลเจ้าไม่ทั่วถึง”
“ให้ข้า... หาที่หลบเอง?”
อลิสซาเบิกตากว้าง มองลู่หลีที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
มนุษย์วานรนี่ คิดจะสู้หนึ่งต่อสองอย่างนั้นหรือ?
ขณะที่อลิสซายืนตะลึง ประตูเหล็กของทางเดินฝั่งตรงข้ามก็เปิดออก
ชายฉกรรจ์สองคนที่มีหินสีน้ำตาลปกคลุมทั่วร่างก็เดินออกมา
“แย่แล้ว! ไม่น่าเลย... มาเจอพวกมนุษย์หินตั้งแต่ยกแรก...”
หัวใจของอลิสซาถูกบีบแน่น
นางรู้ดีแก่ใจถึงคุณสมบัติของมนุษย์หิน
ในฐานะเผ่าพันธุ์หนึ่งที่จับชาวพัลรุสเป็นทาส มนุษย์หินนับว่าเป็นกำลังหลัก
สติปัญญาพวกมันไม่สูง แต่มีร่างกายที่แข็งแกร่งเกินใคร
ทั้งพละกำลังและพลังชีวิตเหนือกว่าชาวพัลรุสหลายขุม
หินสีน้ำตาลที่ปกคลุมทั่วร่างเปรียบดั่งเกราะธรรมชาติ มอบพลังป้องกันอันน่าประทับใจให้มนุษย์หิน
มนุษย์หินเพียงคนเดียว ใช้แค่มือเปล่าก็จัดการชาวพัลรุสหลายสิบคนได้สบาย
มนุษย์วานรอย่างลู่หลีจะสู้กับพวกมันสองคนในคราวเดียว จะชนะได้อย่างไร?
“ครอก! ครอก!”
